แฟมิลี่

วิธีปฐมพยาบาล ลูกสำลักอาหาร หรือมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ อุบัติเหตุที่อันตรายถึงชีวิตได้

หนึ่งในอุบัติเหตุที่มักเกิดกับเด็กเล็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญในการเตรียมรับมือ นั่นคือ การสำลักอาหาร เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยและไม่คาดคิดและที่สำคัญที่สุดเป็นเรื่องที่อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้มากกว่าอุบัติเหตุเล็กน้อยในบ้านอื่นๆ การสำลักที่เกิดจากสิ่งของหรืออาหารเข้าไปอุดตันในหลอดอาหาร หรือทางเดินหายใจ หากได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ก็จะช่วยให้ปลอดภัยได้มากขึ้น ที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ควรมีความรู้และความเข้าใจในการเตรียมตัวรับมือเหตุการณ์นี้อย่างไม่ประมาท วันดีมีคำแนะนำในการช่วยเหลือการสำลักอาหาร ที่ถูกต้องมาให้ความรู้กันค่ะ

วิธีปฐมพยาบาล ลูกสำลักอาหาร หรือมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ อุบัติเหตุที่อันตรายถึงชีวิตได้

การรับประทานอาหารของเด็ก มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการป้องกันการสำลัก โดยไม่ควรให้เด็กเล็กรับประทานอาหารที่มีลักษณะเป็นเส้นเรียวยาว มีลักษณะกลม ลื่น หรือแข็ง เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก อาหารประเภทเส้น หรือผลไม้ที่มีเมล็ด เช่น แต่งโม เงาะ ลำใย

การป้องกันการสำลักในเด็กเล็ก จากสิ่งแปลกปลอมไปอุดทางเดินหายใจหรือหลอดอาหารได้ดีที่สุดคือ การให้อาหารอย่างเหมาะสมตามวัยของเด็ก โดยเด็กอายุต่ำกว่า 6เดือน ห้ามให้อาหารที่เป็นชิ้นแข็งๆ เด็ดขาด และสำหรับของเล่นเด็กนั้น ไม่ควรให้เด็กเล่นของเล่นที่มีขนาดเล็กว่า 3 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการกลืนของเล่น ขนาดที่เหมาะสมคือควรมีความยาวมากกว่า 6 เซนติเมตร รวมถึงของเล่นที่มีลักษณะเป็นสายยาว ควรมีความยาวไม่เกิน 22เซนติเมตร เพื่อป้องกันการพันรอบคอจนขาดอากาศหายใจ

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อ สำลักอาหาร หรือเมื่อมีอาหารหรือสิ่งของอุดตันทางเดินหายใจ  

ให้ตรวจสอบเบื้องต้นว่าเด็กสามารถพูดหรือส่งเสียงได้อยู่หรือไม่ ดูหน้าว่าเขียวหรือซีดไหม หากยังสามารถตอบโต้ส่งเสียงได้ ให้เด็กไอแรงๆ เพื่อให้อาหารหลุดออกมา ให้เด็กอ้าปากให้ดู หากมองเห็นว่ามีอาหารติดอยู่ให้หยิบหรือคีบออกทันที แต่หากมองไม่เห็น ไม่ควรเอามือล้วงเข้าไปโดยเด็ดขาด เพราะอาจยิ่งดันให้เข้าไปอุดลึกขึ้น ให้รีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลทันที

ในกรณีที่เด็กมีอาการรุนแรง ไม่สามารถพูดหรือส่งเสียงได้ หน้าซีดหรือเขียวแล้ว ให้ทำการปฐมพยาบาลทันที

 

จับเด็กนอนคว่ำบนตักและตบแรงๆ  บริเวณทรวงอกด้านหลังระหว่างกระดูกสะบักประมาณ 5 ครั้ง แล้วจับเด็กนอนหงาย แล้วกดบริเวณหน้าอกอีก 5 ครั้ง ทำสลับกันไป จนสิ่งแปลกปลอมกระเด็นหลุดออกมา

ไม่ควรจับเด็กห้อยศีรษะ ตบหลังเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เศษอาหารหรือสิ่งของยิ่งลงลึกและอุดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น

แต่หากทำวิธีดังกล่าวแล้วสิ่งแปลกปลอมไม่หลุดออกมาให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อนำสิ่งที่อุดตันออกมาโดยเร็วที่สุด

หากเด็กหยุดหายใจ ชีพจรหยุดเต้นระหว่างการนำตัวส่งโรงพยาบาล ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการทำ CPR ตามขั้นตอนที่กำหนด และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที 

ข้อมูลความรู้จาก แพทย์หญิงพรพรรณ กสิเสรีวงศ์ กุมารแพทย์