อาหาร

ตามรอย 10 ร้านอาหาร เชลล์ชวนชิม ปี 2562

แม้จะมีข่าวการจากไปของม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ หนึ่งในผู้ริเริ่มโครงการ “เชลล์ชวนชิม” ที่มีมายาวนานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2504 แต่ในปีนี้ บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ก็ยังคงมุ่งหน้าสานต่อโครงการอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอร่อย ที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดีมากว่า 58 ปี

ตามรอย 10 ร้านอาหาร เชลล์ชวนชิม ปี 2562

โดยในปีนี้ เชลล์ชวนชิมก็ตั้งใจปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และรูปแบบให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน ที่มักจะค้นหาข้อมูลทางออนไลน์เพื่อความสะดวกรวดเร็ว จึงเกิดเป็นช่องทางติดต่อบน digital platform ทั้งหมด 3 ช่องทางด้วยกัน ดังนี้

1. Website: www.shellshuanshim.com
2. Facebook Page: เชลล์ชวนชิม (https://www.facebook.com/shellshuanshimofficial/)
3. YouTube: เชลล์ชวนชิม (http://bit.ly/2lZiV2s)

ทั้งยังวางแผนที่จะนำร้านที่ได้ตราเชลล์ชวนชิม ไปเปิดให้บริการตามปั๊มน้ำมันเชลล์ในอนาคต เพื่อตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาของอร่อยระหว่างการเดินทางหรือจุดพักรถอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในงาน “เชลล์ชวนชิม สัญลักษณ์แห่งความอร่อย เคียงคู่คนไทย” ซึ่งจัดขึ้น ณ True Digital Park เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.ย. 2562 ยังได้แนะนำกรรมการคนใหม่ของเชลล์ชวนชิม คือ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมแนวหน้าของประเทศ ผู้มากประสบการณ์และความรู้ด้านอาหาร ซึ่งจะมาสานต่อโครงการนี้ให้เป็นที่ไว้วางใจของคนไทยต่อไป

ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ (ขวาสุด) กรรมการคนใหม่ของเชลล์ชวนชิม

เกณฑ์ในการคัดเลือกร้านอาหาร เพื่อมอบตราเชลล์ชวนชิม จะต้องมีคุณสมบัติทั้ง 3 ข้อ คือรสชาติอร่อย คงรสชาติต้นตำรับ และคุ้มค่าแก่การเดินทางไปชิม

ซึ่งในปี 2562 นี้ ก็มีร้านอาหาร 10 ร้านแรกที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อมอบสัญลักษณ์เชลล์ชวนชิม โดยเป็นร้านในกรุงเทพฯ 7 ร้าน และร้านในต่างจังหวัด 3 ร้าน

มอบตราเชลล์ชวนชิมแก่ร้านอาหาร 10 ร้านแรกที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้

1. ร้านเจ๊โอว

ถ.จรัสเมือง กรุงเทพฯ

ร้านข้าวต้มเก่าแก่ย่านบรรทัดทอง พร้อมอีกหลากหลายเมนู ที่เข้าถึงคนได้แทบทุกเพศทุกวัย เช่น ยำปลาแซลม่อน หมูกรอบมันน้อย และมาม่าหน้ากรรเชียงปูรวม เมนูมื้อดึกจัดเต็ม

หมูกรอบร้านนี้คือเด็ด!

ดูความฉ่ำของหมูนั่นสิ

ยำแซลม่อนแซ่บๆ

2. ร้านข้าวเหนียวมะม่วง ป้าเล็กป้าใหญ่

ถ.สันติภาพ กรุงเทพฯ

ข้าวเหนียวมะม่วงที่จำหน่ายตามฤดูกาล เพียงปีละ 4 เดือนเท่านั้น ข้าวเหนียวมูนสูตรพิเศษของทางร้านที่สืบทอดต่อมาถึง 3 ชั่วอายุคน กินคู่กับมะม่วงน้ำดอกไม้ที่คัดเลือกมาอย่างดี

3. ร้านบ้านนวล

ซ.สามเสน 2 กรุงเทพฯ

ร้านอาหารไทยพื้นบ้าน บรรยากาศเป็นกันเองเหมือนมานั่งกินข้าวบ้านเพื่อน เมนูยอดฮิตที่ต้องไม่พลาดมาลอง เช่น กุ้งผัดมันกุ้ง ต้มส้มปลาเต๋าเต้ย น้ำพริกไข่ปู ร้านนี้เค้าว่าคิวแน่นมากจนต้องจองโต๊ะกันข้ามเดือนเลยทีเดียว

4. ร้านโคคอตฟาร์มโรสต์แอนด์ไวน์เนอรี่

(Cocotte Farm Roasted & Winery) โครงการ 39 บูเลอวาร์ด กรุงเทพฯ

สเต๊กเฮาส์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในฟาร์มชนบทประเทศฝรั่งเศส มีเนื้อเกรดพรีเมียมให้เลือกได้หลากหลาย ผ่านการปรุงรสและขั้นตอนการทำอย่างพิถีพิถันโดยเชฟชาวฝรั่งเศสมากประสบการณ์

5. ร้านโทบี้ส์ (Toby’s)

ซ.สุขุมวิท 38 กรุงเทพฯ

ร้านอาหารออสเตรเลีย ที่รวบรวมทั้งอาหารคาว-หวาน และเครื่องดื่มสไตล์ออสเตรเลียมาไว้ที่เดียว ผนวกกับประสบการณ์โดยตรงของเจ้าของร้านที่เคยใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลีย

6. ร้านลิมอนเชลโล (Pizzeria Limoncello)

ซ.สุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ

ร้านพิซซ่าอิตาเลียน ที่นำเสนอรสชาติต้นตำรับของพิซซ่าแป้งบางกรอบจากเมือง Napoli และ Caprio ให้เลือกลิ้มลองได้กว่าสิบหน้า โดยเมนูแนะนำเลยคือพิซซ่าลิมอนเชลโล ที่ประกอบด้วยเห็ดแชมปิญองสดจากนิวซีแลนด์ และชีสกอร์กอนโซลาเข้มข้น

ชีสเข้มๆ ปาดไปเน้นๆ

7. ร้านฮอนโมโน (Honmono)

มีทั้งหมด 9 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่คัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม สดใหม่เหมือนไปกินที่ตลาดปลาประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว เมนูแนะนำคือซูชิและเมนูที่ชื่อขึ้นต้นด้วย “Honmono”

8. ร้านเรือนไทยกุ้งเผา

อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ร้านอาหารทะเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งเผาไซส์ยักษ์ ย่างบนเตาถ่าน เนื้อหวานสดใหม่

9. ร้านลุงเลียง-ป้ามาลี

อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

อาหารพื้นบ้านรสชาติจัดจ้าน และเมนูหากินยาก เช่น ผัดกะเพรานก หมูป่าพล่าระกำ แกงไก่ใส่กะลามะพร้าว

ตามไปลิ้มลองกันได้

10. ร้านแดงเหนมเนือง

อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

ร้านอาหารเวียดนามที่มีมายาวนานกว่า 50 ปี เมนูขึ้นชื่อก็คือแหนมเนืองนั่นเอง ว่ากันว่าใครมาหนองคายแล้วไม่ได้ที่ร้านนี้ ก็เหมือนมาไม่ถึงทีเดียว!