วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง  พร้อมการบำรุงผิวแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี 

2021-05-04 | โดย Aommy | เข้าชม : 161

วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง  พร้อมการบำรุงผิวแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี 
วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง  พร้อมการบำรุงผิวแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี 

    จุดเริ่มต้นของผิวสวย ผิวดี แต่งหน้าติด ถ่ายรูปขึ้นกล้อง ไม่ต้องเปลืองคอนซีลเลอร์และรองพื้น คือการรู้จักวิธีเช็คประเภทผิวของตัวเองกันก่อนค่ะ  เราจึงจะหาวิธีเลือกสกินแคร์ได้ถูกต้องเหมาะสมกับผิวเรา ด้วยผิวของเราแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน ทำให้เราไม่สามารถทดลองใช้ทุกผลิตภัณฑ์ผิวที่ออกมาใหม่ๆ ได้หมดทุกขวด เสี่ยงต่อการเกิดสิว ผิวอักเสบ ระคายเคืองเพราะแพ้สารเคมี ส่วนผสมต่างๆ ในสกินแคร์เป็นอย่างมาก

    นับเป็นประสบการณ์อันเลวร้าย หากใครเคยแพ้เครื่องสำอาง แพ้สารสเตียรอยด์ จนหน้าพัง สิวเห่อ ต้องรักษากันเป็นปีๆ ย่อมรู้กันดีแบบมองตาแว่บเดียวก็รู้ใจ ไม่คุ้มกันเลยค่ะ  เพราะระหว่างการรักษา เราต้องหยุดใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์แทบทุกชนิด รวมไปถึงเครื่องสำอางต่างๆ ทุกชนิด แอดเคยต้องแบกหน้าสดโล้นๆ ที่มีสิวอักเสบเห่อทั้งใบหน้าไปทำงาน ไปทำกิจวัตรต่างๆ อยู่เป็นปีๆ กว่าจะรักษาหาย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ  แอดขอเตือน  

    ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบเชื่อ รีบซื้อหลังจากโดนใครป้ายยามาว่า ตัวนั้นดี ตัวนี้ใช่ เพียงเพราะเค้าบอกต่อๆ กันมา สุภาษิตไทยโบราณ ลางเนื้อชอบลางยา นี่คือเรื่องจริง สิ่งที่เหมาะกับอีกคน อาจไม่เหมาะกับอีกคนก็เป็นได้นะคะ เพราะพันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ กิจวัตรประจำวัน สภาพแวดล้อมของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทำให้ผิวของเรานั้นแตกต่างกันไปด้วย ถึงแม้ว่าขั้นตอนในการดูแลผิวของเรานั้นจะมีสเต็ปเริ่มต้นที่ "เช็ด ล้าง ทำความสะอาด - ทาครีมบำรุง - ทาครีมกันแดด และจบที่ ไนท์ครีม " เป็น Skincare Routine เหมือนๆ กัน แต่มันก็มีรายละเอียดยิบย่อย อย่างเช่น คนผิวมัน ไม่ควรใช้สบู่ล้างหน้า  เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและอ่อนแอยิ่งขึ้น  ไปเร่งกระตุ้นทำให้ผิวยิ่งต้องผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากขึ้น เพื่อเคลือบผิว ทำให้สาวผิวมันหลายๆ คน ยิ่งต้องซับหน้า หรือไม่ก็ล้างหน้าบ่อยขึ้น เมื่อยิ่งซับ ยิ่งล้าง หน้าก็ยิ่งมันมากขึ้น วนลูปไปอยู่อย่างนั้น ....ผิวคุณล่ะกำลังเป็นเช่นนั้นอยู่หรือเปล่าคะ ? 

วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง  พร้อมการบำรุงผิวแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี 

Source 

  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรกันว่า ผิวของเราเป็นผิวแบบไหน ?  เรามีวิธีหาคำตอบมาฝากสาวๆ กันค่ะ 

วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง


 
 1. เริ่มแรก เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางต่างๆ ออกจนหมดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางหรือเมคอัพรีมูฟเวอร์ 
 2. จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น และใช้คลีนเซอร์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนในปริมาณเล็กน้อยไม่เกินเหรียญบาทในการทำความสะอาดทั่วใบหน้า 
 3. ล้างหน้าคลีนเซอร์ด้วยน้ำอุ่นกว่าอุณหภูมิผิวเล็กน้อย น้ำต้องไม่ร้อนจัดนะคะ 
 4. ขั้นตอนต่อมาคือใช้ผ้าขนหนูซับหน้าให้แห้ง แล้วไม่ต้องลงครีมใดใด ปล่อยให้ใบหน้าเปลือยเปล่า หน้าสดไว้สัก 1 ชั่วโมง 

 *** ระหว่าง 1  ชั่วโมงนั้น ต้องระวังหลีกเลี่ยงการจับ การสัมผัสใบหน้าตัวเอง และไม่ออกไปไหนที่จะเปลี่ยนอุณหภูมิหรือสภาพแวดล้อมทีทำให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง นี่คือช่วงเวลาแห่งการค้นหาคำตอบว่าผิวของเรามีสภาพผิวแบบใดกันค่ะ 

  หลังจากนั้น ใช้กระดาษซับมันมาซับหน้า บริเวณ T-Zone คือตั้งแต่หน้าผาก ไล่มาจนถึงปลายจมูก หากมีความมันติดกระดาษมาแสดงว่า เรามีผิวมัน หรืออาจจะเป็นผิวผสมก็เป็นได้ค่ะ  โดยหากซับมันที่แก้มแล้วไม่ได้มีความมันมากนัก ผิวบริเวณแก้มแห้งตึงอยู่ นั่นก็หมายความว่า เรามีผิวผสมนั่นเองค่ะ ส่วนถ้าบริเวณแก้มก็มันไปด้วย แปลว่าเรามีผิวมันนั่นเองค่ะ 

 จุดสังเกตอีกอย่าง คือ รูขุมขน
 หากผิวมีริ้วรอยแตก รอยยับ มองไม่เห็นรูขุมขน นั่นหมายความว่า เรามีผิวแห้ง ส่วนสาวผิวมัน รูขุมขนจะใหญ่กว้างจนเห็นได้ชัด และไม่มีรอยตีนกา สำหรับสาวผิวผสมแล้วนั้นจะมีรูขุมขนทั้ง 2 แบบบนผิวหน้า รวมถึงอาจมีริ้วรอย ตีนการ่วมด้วย

   ผิวแห้ง
  ข้อเสียของผิวแห้ง คือ เสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยได้ง่าย แพ้ง่าย เป็นขุย แห้งตึง จนผิวอาจลอกได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่นๆ ทำให้ดูแก่ก่อนวัย ซึ่งสาเหตุที่ผิวแห้งนั้นอาจเกิดพันธุกรรม และต่อมไขมันใต้ผิวหนังมีน้อยเกินไป  ต่อมไขมันใต้ผิวหนังนี่มีความสำคัญมากเพราะจะช่วยผลิตไขมันมาทำให้ผิวอ่อนนุ่มขึ้นนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สาวผิวแห้งจะต้องพึงระวัง อย่างเช่น อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะสาววัยหลักสี่ขึ้นไป สภาพอากาศในถิ่นที่อยู่ที่แห้งแล้ง ความชุ่มชื่นต่ำ หรืออาชีพหน้าที่การงานที่ทำให้ต้องอยู่ในห้องแอร์นานๆ หรือแช่อยู่ในสระว่ายน้ำคลอรีนนานๆ ก็จะยิ่งทำร้ายให้ผิวแห้งกร้านขึ้นไปอีกถึง 50 % ขึ้นไป 

   คำแนะนำ
  ให้เลือกครีมมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีปริมาณน้ำมันสูงนัก เนื้อครีมควรบางเบา ไม่มัน เพราะความมันจะไปขัดขวาง อุดตันไม่ให้ความชุ่มชื้นซึมซาบผ่านชั้นหนังกำพร้าลงสู่ผิวได้ อย่าลืมเทสครีมที่ท้องแขนทิ้งไว้ก่อนใช้จริง เพื่อทดสอบอาการแพ้ เดี๋ยวจะหาว่าแอดไม่เตือนนะจ๊ะ เพราะอย่างที่บอกกันไปแล้วในตอนต้นว่า สาวผิวแห้งจะเสี่ยงแพ้ง่าย ดังนั้นจึงต้องระวังในการเลือกสกินแคร์ในทุกๆ ขวด ทุกๆ ขั้นตอน  ตัวคลีนซิ่งจำเป็นต้องเลือกสูตรอ่อนโยน  แต่ครีมบำรุงต้องเข้มข้นแต่ไม่มันเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ในผิว ทางที่ดีควรเลือกใช้เวชสำอางไปเลยจะลดความเสี่ยงเรื่องการแพ้ไปได้มาก ควรเลือกชนิดที่ไม่ผสมน้ำหอม แต่เน้นสรรพคุณในการเติมความชุ่มชื้นและคอลลาเจนให้กับชั้นผิวเป็นหลัก นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือแช่่น้ำร้อนนานๆ การอยู่ในสภาพอากาศแห้งจัด หนาวจัด เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น  
  อาหารบำรุงผิวสำหรับสาวผิวแห้ง เพื่อเติมความชุ่มชื่นจากภายในสู่ภายนอก ได้แก่ อโวคาโด มันหวาน แตงกวา แตงโม น้ำมันมะกอก ปลาแซลมอน ฯลฯ

วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง  พร้อมการบำรุงผิวแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี 

Source


  
  สูตรสกินแคร์โฮมเมดสำหรับสาวผิวแห้ง
  สูตรมาส์กน้ำผึ้ง และ น้ำมันมะพร้าว  :  ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะเข้ากับ น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะและหยดเอสเซนเชี่ยลออลย์กลิ่นลาเวนเดอร์หรือกลิ่นที่ชอบไปอีก 1 หยด เขย่าให้เข้ากัน ถ้าหาเนื้อมาส์กเหลวจนเกินไปให้นำไปแช่ตู้เย็นสัก 3 นาทีเพื่อให้เซ็ทตัวเล็กน้อย จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด และทามาส์กลงบริเวณที่ผิวแห้งตึง มีริ้วรอย ทิ้งไว้สัก 10 - 15 นาทีแล้วจึงล้างออก 

  สูตรโทนเนอร์แตงกวา : นำแตงกวาสดมาล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปต้มในน้ำร้อนจนเดือด จากนั้นนำไปปั่น 20 วินาที แล้วนำมากรอง เทบรรจุน้ำแตงกวาเก็บไว้ใช้เป็นโทนเนอร์ได้เลยค่ะ 
 *** อย่าลืมว่า ก่อนใช้ทุกๆ ผลิตภัณฑ์ลงบนผิวต้องทดสอบการแพ้ก่อนทุกครั้งนะคะ 
 
  ผิวมัน
  เพราะมีต่อมไขมันใต้ผิวหนังอยู่เป็นจำนวนมาก รูขุมขนกว้าง หน้ามันวาว สิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวช้าง สิวอุดตันก็จูงมือตามกันมา ยิ่งเมื่อไหร่ที่เครียดหรือฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะก็ จะยิ่งไปเร่งให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังนั้นผลิตไขมันออกมามากยิ่งขึ้นไปอีกอย่างเห็นได้ชัด รูขุมขนจะยิ่งกว้าง ซึ่งเป็นที่มาของหน้ามันวาว และเครื่องสำอางติดไม่ทน อย่างไรก็ตามข้อดีของผิวมันคือ ถึงหน้าจะมันวาว แต่ก็มีความชุ่มชื่นซึ่งหล่อเลี้ยงและปกป้องการเกิดริ้วรอย ทำให้สาวผิวมันดูอ่อนกว่าวัย ในข้อเสียก็ยังมีข้อดีนะตัวเอง
  
 คำแนะนำ
 แพทย์ผิวหนังแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดคือปรับพฤติกรรมการกินใหม่ค่ะ  พยายามลด ละ เลิก อาหารที่มีไขมันสูง ประเภทนม เนย หันไปบริโภคอาหารทางเลือกมากขึ้นอย่าง นมหรือเนยจากพืช ดาร์คช็อคโกแลตก็ไม่ใช่ของหวงห้าม แต่งดช็อคโกแลตนมเสียเถิดค่ะ เพราะนี่คือตัวก่อให้เกิดสิวเลย 
  นอกจากนี้ให้หันมารับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่าง ข้าวและขนมปังไม่ขัดสี เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เปลี่ยนจากที่เคยติดกินเค็มจัด หวานจัดก็หันมากินผัก ผลไม้ ตระกูลเบอร์รี่ หรือธัญพืชแบบไม่ปรุงรสมากขึ้น และอย่าลืมดื่มน้ำให้มากๆ  สิ่งเหล่านี้นอกจากทำแล้วจะดีต่อผิวพรรณแล้ว ยังดีต่อสุขภาพและรูปร่างของเราอีกด้วยนะจ๊ะสาวๆ  

 นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว เรื่องสกินแคร์ก็สำคัญมากเช่นกันค่ะ สำหรับผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ควรเลือกชนิดที่ลดการก่อให้เกิดสิว ส่วนแชมพูก็ควรจะเลือกใช้แบบเวชสำอางที่ช่วยลดความมันของเส้นผมได้ ทั้งนี้สามารถซับหน้าด้วยกระดาษซับหน้ามันได้บ้างนะคะในเวลาที่หน้าเริ่มเยิ้มแล้ว เพื่อลดความมันลงไปบ้าง และที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมเพราะจะกระตุ้นให้แพ้และเกิดสิวตามมาได้ค่ะ  

วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง  พร้อมการบำรุงผิวแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี 

Source

 สูตรสกินแคร์โฮมเมดสำหรับสาวผิวมัน
 สูตรมาส์กเบคกิ้งโซดา และ มะนาว :  เทน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะผสมเข้ากับเบคกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อข้นๆ สีเหลือง จากนั้นนำมาป้ายทาถูให้ทั่วหน้ายกเว้นบริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ  แต่ถ้ารู้สึกแสบให้รีบล้างออกโดยทันที จากนั้นให้ลงมอยส์เจอไรเซอร์ตามเพื่อบำรุงผิว
 
 สูตรมอยส์เจอไรเซอร์นมและน้ำมันมะกอก :  ผสมนม 1/4 ถ้วยตวง กับ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน จากนั้นบีบน้ำมะนาวครึ่งลูกตาม คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี เพียงเท่านี้เราก็จะได้มอยส์เจอไรเซอร์ธรรมชาติไว้ใช้แล้วค่ะ  สูตรนี้ให้ใช้ทาผิว 3 ครั้ง/สัปดาห์  เพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว รวมไปถึงสิวต่างๆ และยังช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ  

ผิวผสม
  เป็นผิวที่ค่อนข้างยุ่งยากต่อการดูแลอยู่สักหน่อย เพราะต้องหาจุดกึ่งกลางในการบำรุงระหว่างบริเวณที่แห้งตึงใน V-Zone และบริเวณที่มันเยิ้มใน T-Zone โดยมีเทคนิคดังต่อไปนี้ค่ะ 
  - ใช้คลีนเซอร์และโทนเนอร์ที่ผลิตจากธรรมชาติล้วนๆ หรือจะเป็นเวชสำอางก็ได้ หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม 
  - ในขั้นตอนบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ให้ใช้ชนิดของผลิตภัณฑ์ตามโซนผิว เช่น บริเวณ T-Zone ที่ผิวมัน ก็ให้ใช้ มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาที่ใช้สำหรับผิวมัน ส่วนบริเวณ V-Zone ที่แห้งตึงนั้นก็ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เนื้อเข้มข้นกว่าได้  
  - สครับ ขัดผิวบ้าง เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าออก เพื่อให้หน้าดูกระจ่างใส 
  -กินวอลนัท และ แฟล็กซีด ให้มากขึ้น เพื่อเติมไขมันดีเข้าร่างกาย 
- ออกกำลังกายเพื่อให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น และ ดื่มน้ำให้ได้มากกว่า 14  แก้วต่อวัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้น  
- หมั่นทาครีมกันแดดโดยเฉพาะบริเวณแก้มและหน้าผาก หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดด้วยการใช้ร่ม หรือ หมวก 

สูตรสกินแคร์โฮมเมดสำหรับสาวผิวผสม
 สูตรมาส์ก อโวคาโดและโยเกิร์ต : เทน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา ลงในชามผสม ตามด้วยโยเกิร์ต 1 ช้อนชา  นำอโวคาโดที่ผ่าไว้  1/4 ลูก มาคลุกแล้วยีให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ พอกไว้เป็นเวลา 15 นาที แล้วใช้นิ้วนวดวนเป็นวงกลมไปทั่วหน้า ล้างหน้าออกแล้วซับให้แห้ง ทำเป็นประจำ 3 ครั้ง/สัปดาห์ บริเวณที่แห้งจะกลับมาชุ่มชื่นขึ้น 

สูตรโทนเนอร์ สะเดา : นำใบสะเดา 1 กำมือมาล้างให้สะอาด ต้มน้ำร้อน 1 ถ้วยตวงจนร้อนแล้วปิดไฟ ใส่ใบสะเดาที่ล้างเตรียมไว้แล้วลงไปแช่ทิ้งไว้ 20 นาที จำไว้ว่า ยิ่งแช่ไว้นานเท่าไหร่ โทนเนอร์จะยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น รอให้น้ำโทนเนอร์เย็นลง จากนั้นเทใส่ขวดสเปรย์ ไว้ใช้พ่นบริเวณผิวที่มัน จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ 

วิธีเช็คประเภทผิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง  พร้อมการบำรุงผิวแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี 


Source 

    ค้นพบประเภทผิวของคุณแล้วก็อย่าลืมนำสูตรและวิธีการเหล่านี้ไปดูแลตัวเองกันนะคะ แต่ใช่แค่เพียงสกินแคร์ที่เราใช้แล้วจะช่วยให้ผิวเด้งสวยได้เลย อย่างที่แพทย์ผิวหนังกล่าวไว้ว่า  "ครีมบำรุงผิว หรือ สกินแคร์ที่ได้ผล ต้องมาพร้อมๆ กันกับ ความสมดุลระหว่างพฤติกรรมการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ  ไม่กินอาหารเค็มๆ รสชาติมันๆ ของทอด  อาหารแปรรูป น้ำตาล และฟาสต์ฟู้ด, การพักผ่อนอย่างเพียงพอ ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ " นี่คือสัจธรรมของผิวสวย คุณภาพชีวิตดีอย่างแท้ทรู 

ที่มา femina.in