“วันสารทจีน”(SartChin Day or Spirit Festival or Ghost Festival )เทศกาลสำคัญของชาวจีน ในปี 2562จะตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินทางจันทรคติของจีน
5 ขนมมงคล ในวันสารทจีน
วันสารทจีนนับเป็นเดือนที่ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ทั้งยังเป็นวันที่ประตูนรกเปิดตามความเชื่อของชาวจีนจึงเป็นที่มาของการทำพิธีไหว้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้นั่นเอง
นอกจากความเชื่อว่าเป็นวันที่ยมบาลตรวจดูบัญชีเพื่อส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์ และส่งวิญญาณร้ายลงนรกแล้ว ยังมีอีกตำนานวันสารทจีน คือเรื่องเล่าของ “มู่เหลียน” ที่ต้องการช่วยแม่ของตนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน แม่ของมู่เหลียนตกนรกเพราะทำบาปหนัก ล่อลวงผู้ถือศีลช่วงกินเจมากินอาหารที่บ้าน แต่จริงๆแล้วมีน้ำมันหมูเจือปนอยู่ อย่างไรก็ตาม มู่เหลียนไม่สามารถรับกรรมแทนแม่ได้ จึงช่วยด้วยการสวดคัมภีร์อิ๋วและถวายอาหารเป็นประจำทุกปี เป็นที่มาของวันสารทจีนที่สืบทอดกันต่อมา
ปกติแล้วสำหรับของไหว้ในวันสารทจีนจะมีทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และผลไม้ต่างๆ โดยมีหลักคือเป็นของคาว ประมาณ 3 หรือ 5 อย่าง เช่น หมู ไก่ เป็ด ปลา ไข่ เป็นต้น ขนมหวาน 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ขนมเทียน ขนมสาลี่ปุยฝ้าย ขนมเปี๊ยะ เป็นต้น หรือผลไม้ตามใจชอบ
และวันนี้น้องวันดีขอหยิบยก ความหมายของ5 ขนมมงคลที่นิยมใช้ไหว้กันในวันสารทจีน เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตมาให้ดูกัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยยยย!
1.ขนมปุยฝ้าย
สื่อความหมายถึง ความเฟื่องฟูงอกงามมักจะใช้เป็นขนมไหว้เจ้ากันในวันสารทจีนเพื่อเป็นสิริมงคลชนิดหนึ่ง โดยปกติแล้วเราจะเป็นได้ว่าขนมปุยฝ้ายจะมีอยู่หลายสี แต่ส่วนใหญ่สีที่มักจะนำมาไหว้กันในวันสารทจีน มักจะใช้สีชมพู เพราะมีกลิ่นหอมจากกลิ่นมะลิ หรือนมแมว จะเป็นชิ้นใหญ่ หรือชิ้นเล็กสำหรับการไหว้ก็ได้ แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล
ขนมปุยฝ้าย จะมีลักษณะเนื้อขนมฟู นุ่ม มีหน้าตาคล้ายกับกลีบปุยฝ้ายแตก ด้วยเหตุนี้จึงเรียกขนมชนิดนี้ว่าขนมปุยฝ้าย และมักจะทานคู่กับชา หรือกาแฟ จะเข้ากันดีมาก
2. ซาลาเปา
“เปา” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า ห่อ ซาลาเปาจึงมีความหมายถึงการห่อโชคลาภและเงินทอง เพื่อนำมาส่งต่อแก่ลูกหลาน
นอกจากจะความหมายดีแล้ว ซาลาเปายังเป็นขนมหรือของว่างที่ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะกินได้ง่าย มีหลายไส้ให้เลือกทั้งคาวหวาน แป้งก็นุ่มนิ่ม รองท้องได้ดีสุดๆ
3. ขนมเปี๊ยะ
อีกหนึ่งขนมมงคลที่มักใช้ในพิธีไหว้ ในวันสารทจีน โดยสื่อความหมายถึงความสมบูรณ์และสมหวัง รวมถึงความสามัคคี เนื่องจากชาวจีนส่วนมากมักจะรวมตัวกันทั้งครอบครัว แล้วกินขนมเปี๊ยะไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดสิริมงคล
ขนมเปี๊ยะมีทั้งแบบไทยและจีน ซึ่งจะมีสูตรและรสสัมผัสที่แตกต่างกัน ขนมเปี๊ยะมีได้หลายรส หลายไส้ เช่นเดียวกับซาลาเปาไส้ยอดนิยมสำหรับใครหลายคน ก็คือไส้ถั่วไข่เค็มที่ผสมทั้งความหวานของถั่วกวน กับไข่เค็มได้อย่างลงตัว
4. ขนมเทียน
สื่อความหมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองดั่งแสงเทียน ความหวานชื่น ราบรื่นและอุดมสมบูรณ์ ซึ่งขนมเทียนมักจะเป็นขนมที่ใช้ไหว้ในเทศกาลวันสารทจีนแล้ว ในเทศกาลอื่นๆก็ยังนำขนมเทียนมาใช้ในการไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลเช็งเม้ง และตรุษจีนอีกด้วย
ขนมเทียนนั้นเกิดจากการดัดแปลงของสูตรขนมเข่งโดยขนมเทียนจะใช้แป้งข้าวเหนียว นำมากวนและใส่ไส้ถั่วบดลงไป บางครั้งหากชอบรสเผ็ดของพริกไทยอาจจะใส่เพิ่มลงไปด้วย
5. ขนมกุยช่าย
มีความหมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาว นิยมใช้ไหว้เจ้าในทุกๆเทศกาล ส่วนมากเป็นทรงกลมทั่วไปหรือรูปลูกท้อ อาจมีแบบที่เป็นสีชมพู ซึ่งดัดแปลงให้เป็นรูปร่างคล้ายดอกไม้โดยการจับจีบ ดูสวยงามประณีตยิ่งขึ้น
โดยทั่วไปอาจจะนับว่าเป็นอาหารว่างมากกว่าขนม เพราะนิยมนำมากินเล่นเช่นกัน มีให้เลือก 2 ไส้ คือผักกุยช่ายและเผือก สามารถนำมานึ่งหรือทอดก็อร่อยไม่แพ้กัน กินคู่กับน้ำจิ้มของแต่ละร้านยิ่งให้รสชาติที่เข้มข้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2MXNtNz, http://bit.ly/2Z1x69h, http://bit.ly/2H4VpJm