Ketogenic Diet (คีโตเจนิค ไดเอท) เรียกสั้นๆ ว่า Keto (คีโต) เป็นการลดน้ำหนักรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นกระแสกำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ แต่คีโตเจนิค ไดเอทไม่ใช้เรื่องใหม่ มีการศึกษาเกี่ยวกับผลมานานแล้ว และหลายคนสงสัย สับสนว่าการไดเอทแบบนี้ทำอย่างไร และมีผลดีอย่างไรกันแน่ วันนี้วันดีเฮ้าส์ได้รวบรวมข้อมูลมาไขข้อสงสัยกัน
Ketogenic Diet คืออะไร - ไขมันยิ่งกินยิ่งผอมจริงหรือไม่ ?
Ketogenic Diet คือ
รูปแบบการทานอาหารประเภทหนึ่ง ที่จะเลือกทานอาหารที่มีไขมันสูง และลดทานคาร์โบไฮเดรต แป้ง และน้ำตาล ให้น้อยที่สุด จนร่างกายไม่สามารถนำกลูโคสและไกลโคเจนมาใช้เป็นพลังงานได้เพียงพอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้มากยิ่งขึ้น เมื่อร่างกายถูกกระตุ้นให้เผาผลาญไขมันมากขึ้น ก็จะทำให้เราสามารถลดความอ้วนได้
ต้องกินแบบไหน
การกินแบบ Ketogenic Diet จะมีสิ่งที่ต้องลด และสิ่งที่ต้องกิน ไปดูกันว่าจะต้องลด หรือกินอะไรบ้าง
ไขมันดี
เน้นการทานไขมันชนิดดี ให้ได้วันละประมาณ 70 – 80% จากอาหารที่มีกรดไขมัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานให้มากขึ้น ไขมันที่ควรทาน เป็นไขมันอิ่มตัวจากสัตว์และพืชบางชนิด เช่น น้ำมันหมู เนื้อสัตว์ติดมัน น้ำมันมะกอก เนย ชีส
โปรตีน
เน้นการรับประทานโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ให้ได้วันละประมาณ 20% เพื่อให้ร่างกายนำไปเผาผลาญเป็นพลังงานที่ดี เช่น เบคอน เนื้อติดมัน เนื้อปลา เนื้อไก่ที่มีหนัง อาหารทะเล ไข่ นม
คาร์โบไฮเดรต
ควบคุมคาร์โบไฮเดรตให้ได้วันละประมาณ 5% ให้อยู่ในช่วง 25-50 กรัมต่อวัน ของพลังงานที่ได้รับ ควรงดข้าว แป้ง น้ำตาล รวมถึงผลไม้ที่มีความหวานอีกด้วย และให้ทานเฉพาะผักเป็นหลัก
ข้อดีของการกิน Ketogenic Diet
ช่วยลดความอ้วน : ร่างกายจะมีการเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันสะสมใต้ชั้นผิวหนังลดลง
บรรเทาโรคที่เกิดจากการไหลเวียนโลหิตผิดปกติ : ที่ผ่านมามีงานวิจัยที่พบว่า Ketogenic Diet สามารถบรรเทาโรคที่เกิดจากการไหลเวียนโลหิตผิดปกติ เช่น โรคลมชักได้
เสริมสร้างความคิดและการจดจำ : การลดปริมาณอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต จะทำให้เกิดการสะสมของแป้งและน้ำตาลในร่างกายลดลงไปด้วย จึงส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดปัญหาเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่ทันได้ดี
ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิด
ในระยะแรกร่างกายอาจอ่อนเพลีย รู้สึกวิงเวียน หน้ามืด หมดแรง และความดันโลหิตลดลง เนื่องจากขาดกลูโคสที่ใช้เป็นพลังงานตามปกติ มีความอยากน้ำตาลมากขึ้น ต้องใช้เวลาสักพักร่างกายจึงจะปรับตัวได้
จากที่กล่าวมาข้างต้น หวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจ การลดน้ำหนักแบบ Ketogenic Diet มากขึ้น และควรเตรียมตัวก่อนถ้าอยากจะทานอาหารแบบ Ketogenic Diet หรือควรจะขอแนะนำจากแพทย์ นักโภชนาการ ก่อน เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้เสียสุขภาพ
แต่สิ่งหนึ่งที่อย่าลืมเลย คือ ถ้าอยากมีสุขภาพดี หุ่นดี น้ำหนักได้สัดส่วน ก็ต้องออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พร้อมเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอดี พักผ่อนที่เพียงพอ เท่านี้เราก็จะได้สุขภาพที่ดี และแข็งแรงแล้วค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์สื่อสารสาธารณะ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, HonestDocs, Healthplatz, organicbook