/author/SandSky'}

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

2022-07-31 | โดย SandSky | เข้าชม : 176289

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ
5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

การเล่านิทาน หรือ การอ่านนิทาน ให้ลูกฟังนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะนอกจากสมาชิกในครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันแล้ว ลูกยังสัมผัสได้ว่าเป็นที่รักของพ่อและแม่ด้วย การที่เด็กฟังนิทานยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น เสริมปัญญาทั้งทางด้าน IQ,EQ, พัฒนาการด้านภาษา การพูด การฟัง กระตุ้นจินตนาการ ทำให้เด็กช่างคิดช่างถาม ทำให้มีความสุขสนุกสนาน และยังเป็นการปลูกฝังการรักการอ่าน การเป็นผู้ฟัง การฝึกสมาธิ อีกทั้งหากนิทานเป็นเรื่องราวที่ดีมีคติสอนใจเด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมไปด้วย 

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

วันดี ขอรวบรวม นิทานมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เก็บไว้เปิดอ่านให้ลูกได้ฟังกันค่ะ ดังต่อไปนี้ 

1.  นิทานอีสป หนูน้อยหมวกแดง 

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านที่แสนอบอุ่น มีเด็กหญิงหน้าตาน่ารักนั่งเล่นดูคุณแม่ทำอาหารอยู่ในครัว เพื่อนบ้านทุกคนต่างพากันเรียกเธอว่า "หนูน้อยหมวกแดง" ตามสีของหมวกที่เธอใส่เป็นประจำ และวันนี้เธอก็ได้รับคำสั่งจากคุณแม่ ให้นำอาหารและขนมไปเยี่ยมคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านข้าง ๆ

 "เอาตะกร้านี้ไปส่งให้ถึงมือคุณยายนะจ๊ะ แล้วก็รีบไปรีบกลับ อย่าไปเที่ยวเล่น เถลไถลที่ไหนไกล อย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้าด้วยล่ะ เข้าใจไหม ?" คุณแม่คนสวยกำชับด้วยความเป็นห่วง ลูกสาวตัวน้อยก็ตอบรับและสัญญา แล้วออกจากบ้านไปอย่างร่าเริง

ระหว่างทางไปบ้านคุณยาย บังเอิญมีหมาป่าเจ้าเล่ห์เดินมาพบกับหนูน้อยหมวกแดง จึงเข้าไปทักทายหวังจับเด็กหญิงทำเป็นอาหารมื้อเย็น "สวัสดีจ้ะสาวน้อย มาทำอะไรในป่าตรงนี้คนเดียวเหรอจ๊ะ ?"

"หนูกำลังไปเยี่ยมคุณยายที่หมู่บ้านใกล้ ๆ นี้เองค่ะ" หนูน้อยหมวกแดงตอบอย่างเป็นมิตร แต่กลับทำให้เจ้าหมาป่าคิดอุบายหลอกล่อ หวังจับคุณยายของเธอมาเป็นเหยื่อด้วยอีกคน

 "แต่ว่าสาวน้อย.. เอาตะกร้าเล็ก ๆ ไปแค่นี้ คุณยายเสียใจแย่เลย ฉันว่าเราไปเก็บดอกไม้สวย ๆ มาเป็นของขวัญเพิ่มกันเถอะ" หมาป่าชักชวนให้หนูน้อยหมวกแดงออกนอกเส้นทาง มันจะได้รีบตรงไปจับคุณยายกินก่อน แล้วดักรอหนูน้อยหมวกแดงที่บ้านนั้นเลย

 โชคไม่ดีที่หนูน้อยหมวกแดงหลงเชื่อคำชวน แล้วหันไปเก็บดอกไม้ และเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินจนลืมทั้งเวลา ทั้งคำตักเตือนของคุณแม่ไปหมดสิ้น กระทั่งเจ้าหมาป่าเดินทางไปถึงหมู่บ้านข้าง ๆ แล้วจับตัวคุณยายซ่อนเอาไว้ในตู้ ก่อนนำเสื้อผ้ามาใส่ เพื่อปลอมตัวเป็นคุณยายนอนป่วยอยู่บนเตียง รอให้หนูน้อยหมวกแดงมาถึงแล้วจับกินทั้งยายทั้งหลานพร้อมกันทีเดียว

 เมื่อหนูน้อยหมวกแดงรู้ตัวว่าทำผิดคำสั่งคุณแม่ ก็รีบวิ่งไปหาคุณยายที่บ้านทันที แต่กลับพบว่าคุณยายของเธอนั้นมีท่าทางและหน้าตาแปลกประหลาดไปจากเดิม

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

"คุณยายคะ ทำไมคุณยายต้องนอนคลุมโปงด้วยล่ะคะ ?" หนูน้อยถามด้วยความสงสัย

"ยายเป็นไข้ไม่สบาย ยายเลยหนาวจ้ะหลาน" หมาป่าดัดเสียงตอบ

"คุณยายคะ ทำไมเสียงของคุณยายแปลกจังเลยคะ ?" หนูน้อยถามอีกครั้ง

 "ยายเจ็บคอ ไอหนักมาก เสียงเลยเพี้ยนไปหน่อยจ้ะหลาน" หมาป่าตอบพร้อมแกล้งทำเป็นไอค่อกแค่ก ทำให้หนูน้อยหมวกแดงสังเกตเห็นเขี้ยวแหลมในปาก

"คุณยายคะ ทำไมคุณยายถึงมีเขี้ยวยาวขนาดนั้นล่ะคะ ?" หนูน้อยหมวกแดงถาม แล้วค่อย ๆ เดินถอยออกมา เพราะเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย

"ก็เพราะยายมีเขี้ยวไว้จับหลานกินไงล่ะ เจ้าหนูน้อย !!" คราวนี้หมาป่าไม่แสร้งทำตัวใจดีอีกต่อไป พร้อมกระโจนมาตะครุบตัวหนูน้อยหมวกแดงอย่างเกรี้ยวกราด แต่โชคดีที่เสียงกรี๊ดของหนูน้อยดังไปถึงนายพรานหนุ่มสองคนที่ผ่านมาพอดี

ปัง ปัง ปัง !!! เสียงปืนดังขึ้นสามนัด พร้อมกับร่างของหมาป่าดิ้นรนอย่างเจ็บปวด นายพรานหนุ่มบุกเข้ามาช่วยชีวิตหนูน้อยหมวกแดง และพาคุณยายออกจากตู้เสื้อผ้าได้อย่างปลอดภัย หนูน้อยหมวกแดงสารภาพความผิด และขอโทษคุณยายที่ตัวเองเถลไถลจนได้รับอันตรายกันทั้งคู่

"ยายไม่โกรธอะไรหรอกจ้ะ แค่หนูไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว แต่ต้องสัญญากับยายก่อนนะว่าจะไม่เชื่อฟังคนแปลกหน้า ไม่เล่นซนจนลืมเวลาแบบคราวนี้อีก" หนูน้อยหมวกแดงพยักหน้ารับคำ พอคุณยายเห็นดังนั้นก็ยิ้มรับ แล้วเลี้ยงอาหารมื้ออร่อยให้นายพรานแทนคำขอบคุณ ก่อนทั้งสองจะพาหนูน้อยหมวกแดงกลับสู่อ้อมกอดของคุณแม่ที่บ้านโดยสวัสดิภาพ

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 

เด็กๆ ควรมีวินัยในตนเอง และเชื่อฟังคำสั่งสอน รวมถึงคำแนะนำของคุณพ่อคุณแม่ ถ้าได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกแล้ว ก็ไม่ควรเถลไถลไปไหนไกลจนมืดค่ำ และควรกลับบ้านให้ตรงเวลาที่กำหนด ที่สำคัญต้องพยายามหลีกเลี่ยง ไม่พูดคุย หรือรับของจากคนแปลกหน้าโดยเด็ดขาด เพราะพวกเขาอาจเป็นคนไม่ดีที่หวังขโมยทรัพย์สินเงินทอง หรือทำร้ายร่างกายแล้วเป็นอันตรายต่อชีวิต เหมือนกับหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ ที่คิดวางแผนกินหนูน้อยหมวกแดงเป็นอาหาร แต่ถ้าเผลอทำตัวผิดไป ก็ต้องรู้จักขอโทษขอโพย เอาความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน แล้วอย่ากลับไปทำผิดซ้ำสองอีกนะคะ

2.นิทานอีสป เรื่องหมาป่ากับลูกแกะ

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

กาลครั้งหนึ่ง ณ ป่าอันกว้างใหญ่ มีลูกแกะขนปุยตัวน้อยเดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน จนมาเจอเข้ากับลำธารแห่งหนึ่ง มันจึงแวะดื่มน้ำด้วยความกระหายพร้อมพูดออกมาว่า "วันนี้อากาศดีจังเลย ข้าคิดว่าจะวิ่งเล่นต่ออีกสักหน่อย กลับบ้านช้าแค่นิดเดียว คุณแม่แกะคงไม่ว่าอะไรหรอกเนอะ"

          คิดได้ดังนั้น เจ้าลูกแกะก็หัวเราะอย่างร่าเริง แล้วก้มกินน้ำต่อไปจะได้มีแรงเล่นเต็มที่ แต่บังเอิญมีหมาป่าตัวหนึ่งเดินมายังลำธารแห่งเดียวกันพอดี และโชคร้ายที่นั่นคือหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ นิสัยไม่ดี แถมยังหิวโซอีกซะด้วย เมื่อมันมองเห็นลูกแกะก็คิดจับมาเป็นอาหาร พร้อมคิดอุบายหลอกล่อทันที

          "นี่ เจ้าแกะน้อย รู้รึเปล่าว่าเจ้ากำลังทำอะไรผิดอยู่ ?" หมาป่าพูดขู่ขึ้นมาเสียงดังลั่น จนลูกแกะตัวสั่นเพราะหวาดกลัว

          "ข้าทำอะไรผิดงั้นหรือท่านหมาป่า ? ข้าแค่กินน้ำอยู่ตรงนี้เท่านั้น" ลูกแกะเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

          "กินน้ำนั่นแหละคือความผิดของเจ้า เพราะเจ้าทำให้น้ำมันขุ่นข้นไปหมด ข้าดื่มเข้าไปไม่ได้ เจ้าต้องถูกข้าลงโทษ" หมาป่าตอบกลับอย่างหัวเสีย

          "แต่ว่าท่านหมาป่า.. ข้ากินน้ำอยู่ปลายลำธาร ส่วนตัวท่านนั้นอยู่ต้นลำธาร กระแสน้ำก็พัดมาทางนี้ ข้าจะทำให้น้ำขุ่นข้นได้อย่างไรเล่า" ลูกแกะยังคงเถียงสุดตัวจนหมาป่าเริ่มโมโหยิ่งขึ้น และออกอุบายอื่นอีก

"เจ้าจะไม่รับผิดเรื่องนี้ก็ได้ แต่ข้ารู้นะว่าเมื่อปีกลาย เจ้าได้พูดว่าร้ายข้าลับหลัง ทำให้ข้าเสียชื่อเสียง และสัตว์ตัวอื่นก็พาลจะเกลียดข้ากันไปหมด เจ้าต้องถูกลงโทษ !" หมาป่าสร้างเรื่องโกหกคำโตเป็นครั้งที่สอง ทำเอาเจ้าลูกแกะงุนงงเข้าไปอีก

          "แต่ว่าท่านหมาป่า.. ตอนนั้นข้ายังไม่เกิดมาบนโลกเลยด้วยซ้ำ ข้าจะไปพูดว่าร้ายท่านได้ยังไงกันเล่า" ลูกแกะตอบตามความสัตย์จริง

          "งั้นก็ต้องเป็นพี่น้องของเจ้าสักคนหนึ่งนั่นแหละ มาให้ข้ากินเป็นการลงโทษซะดี ๆ" หมาป่าเริ่มทนไม่ไหว ทำไมเจ้าลูกแกะตัวนี้ถึงได้ดื้อดึง เถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้

          "แต่ว่าท่านหมาป่า.. ข้าสาบานว่าข้าเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง" ลูกแกะตอบเสียงอ่อน

          "โอ๊ย ! ไม่งั้นก็เป็นพ่อแม่ของเจ้านั่นแหละที่พูดไม่ดีถึงข้า ยังไงข้าก็ต้องกินเจ้าเป็นการลงโทษ" หมาป่าตอบอย่างเกรี้ยวกราด แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาลูกแกะตัวน้อย

          "แต่ว่าท่านหมาป่า.." คราวนี้ หมาป่าไม่รอให้พูดจนจบประโยคอีกแล้ว ทันทีที่ลูกแกะเอ่ยปาก เจ้าหมาป่าอันธพาลก็กระโจนจับเหยื่อที่น่าสงสารกินเป็นอาหารทันที โดยที่ลูกแกะนั้น ไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง และไม่มีโอกาสกลับไปสู่อ้อมกอดของคุณแม่แกะอีกเลย..

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 

การพูดคุยต่อรองกับคนพาล คนขี้โกง และคนเจ้าเล่ห์ นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรเสียเวลาด้วยอย่างยิ่ง เนื่องจากคนประเภทนี้จะไม่มีความเมตตา ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และจ้องแต่จะกดขี่ข่มเหงทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ้าเด็ก ๆ รู้ตัวว่ามีคนรอบข้างนิสัยแบบนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยนะคะ เพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำความผิดอะไร เขาก็จะหาข้ออ้างมาทำลายเราได้อยู่ดี ที่สำคัญเด็ก ๆ ไม่ควรไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาดนะคะ ไม่เช่นนั้นอาจเจออันตรายเหมือนเจ้าลูกแกะในนิทานเรื่องนี้ก็เป็นได้

3.นิทานอีสป สุนัขจิ้งจอกกับพวงองุ่น 

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ป่าผืนใหญ่ที่เหล่าสัตว์ได้อาศัยพักพิงเกิดความแห้งแล้งกันดาร มีแหล่งน้ำและอาหารไม่เพียงพอต่อการประทังชีวิต เจ้าสุนัขจิ้งจอกที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้มาเนิ่นนาน จึงตัดสินใจออกเดินทางด้วยหวังใจว่าจะเจอกับแหล่งหากินอันอุดมสมบูรณ์ มันเริ่มเดินรอนแรมอยู่หลายวัน ไม่ได้กินแม้กระทั่งน้ำสักหยดจนเริ่มหมดแรง "เอายังไงล่ะเรา เดินมาไกลขนาดนี้แล้วยังไม่เจออะไร ควรตัดใจแล้วกลับไปที่เดิมดีไหมนะ" สุนัขจิ้งจอกผู้หิวโหยบ่นกับตัวเอง "ไหน ๆ ก็มาแล้ว เดินต่อไปอีกหน่อยก็แล้วกันนะ" มันจึงรุดหน้าเดินต่อไปอย่างอ่อนแรง

เดินมาได้สักพักไม่ทันเหนื่อยนัก เจ้าสุนัขจิ้งจอกก็เหลือบไปเห็นองุ่นพวงโตแดงฉ่ำน่ากิน "นี่ไง ! โชคดีแล้วเรา เจอองุ่นพวงใหญ่ขนาดนี้ ถ้าได้ลิ้มลองคงหวานฉ่ำและอิ่มท้องหลายวันแน่ ๆ" สุนัขจิ้งจอกไม่รอช้ารีบกระโดดคว้าองุ่นในทันใด "ฮึบ ! อีกนิดเดียว... ฮึบ !" เจ้าสุนัขส่งเสียงให้กำลังใจตัวเองอย่างฮึกเหิม แต่ทำอย่างไรก็ยังกระโดดไม่ถึงพวงองุ่นสักที

"ลองกระโดดจากหินก้อนนั้นดู น่าจะทุ่นแรงและเอื้อมถึงองุ่นพวงนี้ง่ายขึ้นอยู่นะ" ว่าแล้วสุนัขจิ้งจอกจึงเดินไปยังก้อนหินนั้น พร้อมกระโดดขึ้นจนสุดแรง "ฮึบ ! โธ่ อีกเพียงเอื้อมก็จะได้ลิ้มรสองุ่นแล้ว" สุนัขจิ้งจอกบ่นอย่างท้อใจ แล้วพยายามขึ้นไปบนก้อนหินเพื่อกระโดดอีกครั้ง "ฮึบ !" สุดท้ายมันก็พลาด ไม่อาจคว้าองุ่นมากินได้ "อันที่จริงองุ่นพวงนี้ก็ไม่เห็นจะน่ากินสักเท่าไรนัก ถ้าเรากัดเข้าไปอาจเปรี้ยวจี๊ดจนกินไม่ไหวเลยก็ได้" สุนัขจิ้งจอกแสร้งบ่นแล้วเดินทางต่อด้วยความหิวโซ พร้อมหลอกตัวเองในใจเรื่อยไปว่า "ฉันมีความอดทนและความพยายามนะ แต่องุ่นพวงนั้นคงเปรี้ยวเกินที่ฉันจะกินได้"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

เมื่อคิดจะทำสิ่งใดก็ควรทำให้สุดกำลังที่มี อย่ายอมแพ้แม้ว่าสิ่งนั้นต้องใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้วความพยายามจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ ดังนั้นเด็ก ๆ จึงไม่ควรทำตามสุนัขจิ้งจอกผู้มัวโทษสิ่งอื่นรอบตัว แต่กลับลืมนึกไปว่าตนเองนั่นแหละที่ไม่พยายามมากพอ

4.นิทานอีสป กบเลือกนาย

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ บึงเล็ก ๆ อันแสนอุดมสมบูรณ์ มีฝูงกบหลายครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขมาเนิ่นนาน โดยไม่มีใครมารบกวนและไม่มีใครมาคอยควบคุม อยากทำสิ่งใดก็ทำได้ตามความต้องการ แต่แล้ววันหนึ่งกบวัยรุ่นเกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่พวกตนเป็นอยู่ไม่ใช่วิถีชีวิตที่ดีนัก มันจึงขอให้กบทุกตัวมาประชุมร่วมกัน

"ขอบคุณฝูงกบทุก ๆ ตัวที่มาประชุมในวันนี้" กบวัยรุ่นกล่าว "พวกเราเคยอาศัยกันแบบอิสระมาเนิ่นนาน แม้จะไม่มีปัญหาน่ากังวลใจมากนัก แต่ฉันคิดว่าเราควรจะมีหัวหน้าและกฎหมายมาปกครองพวกเรานะ"

 เมื่อกบวัยรุ่นเอ่ยเรื่องที่อยากแถลง คุณลุงกบตัวหนึ่งก็ตะโกนถามขึ้นมา "แล้วใครกันเล่าที่จะมาเป็นเจ้านายของเราและออกกฎหมายเหล่านั้น ?"

กบวัยรุ่นครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงตอบออกมาว่า "เอาอย่างนี้ ฉันจะไปขอจากเทพจูปิเตอร์ให้ ท่านต้องช่วยจัดการได้แน่" กบทุกตัวล้วนเห็นด้วยกับความคิดนี้

เช้าวันต่อมา กบวัยรุ่นได้ออกเดินทางไปพบเทพจูปิเตอร์ เมื่อไปถึงท่านก็ต้อนรับกบน้อยตัวนี้เป็นอย่างดี

          "อุตส่าห์เดินทางมาไกลขนาดนี้ เจ้ามีเรื่องอะไรให้เราช่วยหรือกบน้อย ?" เทพจูปิเตอร์ถามด้วยความเป็นห่วง

          "ฝูงกบของพวกกระผมไม่มีผู้ปกครองหรือกฎหมายอะไรเลยขอรับ ผมเลยอยากให้ท่านช่วยมอบหัวหน้าให้สักคน" กบวัยรุ่นขอร้อง

          "โธ่ นึกว่าเรื่องอันใด ที่แท้กบอย่างเจ้าก็อยากมีเจ้านายบ้างนี่เอง" ท่านเทพพูดแบบยิ้ม ๆ "เอาอย่างนี้ เจ้าเดินทางกลับไปเถิด เราได้ส่งเจ้านายที่จะคอยปกครองฝูงกบไว้ที่บึงน้ำแล้ว" กบวัยรุ่นได้ยินดังนั้นจึงตื่นเต้นดีใจพร้อมกล่าวขอบคุณ "ขอบพระคุณท่านเทพมาก กระผมจะไม่มีวันลืมพระคุณนี้เลย"

 เมื่อกบวัยรุ่นเดินทางกลับมาก็เห็นฝูงกบทั้งหลายต่างไปยืนรุมล้อมกันที่กลางบึง สิ่งที่พวกมันล้อมอยู่คือขอนไม้ที่ลอยลงมาจากฟากฟ้าโดยไม่มีใครรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่เจ้ากบวัยรุ่นรู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้คือเจ้านายใหม่ของพวกมันนั่นเอง

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

          "พี่น้องกบทั้งหลาย สิ่งที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่ขอนไม้ธรรมดา ๆ แต่นี่คือเจ้านายใหม่ที่เทพจูปิเตอร์มอบให้กับพวกเรา" กบวัยรุ่นบอกอย่างตื้นตันใจ

          "อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เจ้านี่เก่งไม่เบา ส่วนท่านเทพก็ช่างมีเมตตาต่อพวกเราเหลือเกิน" คุณลุงกบชื่นชมความพยายามของกบวัยรุ่น แล้วกบทุกตัวต่างโห่ร้องดีใจ พร้อมคำนับขอนไม้ผู้เป็นเจ้านายใหม่อย่างปลื้มใจ      

เวลาผ่านไปหลายวัน เจ้านายคนใหม่ได้แต่นอนเฉย แม้ว่าจะมีกบตัวน้อยขึ้นไปกระโดดโลดเต้นบนนั้น เจ้านายขอนไม้ก็ไม่ว่าอะไร ทำให้ฝูงกบกลับมาประชุมกันอีกครั้ง

"ทำไมเจ้านายของเราถึงไม่เคยพูดจาหรือทำสิ่งใดบ้างเลยล่ะ" คุณลุงกบถามกบวัยรุ่น

          "ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละคุณลุง เอาแบบนี้ไหม ฉันไปขอเจ้านายใหม่กับเทพจูปิเตอร์อีกครั้งดีกว่า เผื่อท่านจะหาเจ้านายที่ดีกว่านี้มาให้" ว่าแล้วเจ้ากบก็ออกเดินทางไปพบท่านเทพทันที

          "มีเรื่องอะไรอีกเล่าเจ้ากบน้อย ?" ท่านเทพจูปิเตอร์ถามด้วยความสงสัย

          "คือกระผมอยากจะขอเจ้านายใหม่ครับ เจ้านายที่ท่านส่งมาให้ตอนนั้นวัน ๆ ไม่เห็นทำอะไรเลย" กบวัยรุ่นร้องขอ

          "ได้สิ ! อยากมีเจ้านายใหม่เพราะไม่พอใจคนเก่าใช่ไหม" เทพจูปิเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

          "ใช่ครับ" กบตอบรับ

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

 "เอ้า กลับไปที่บึงเถิด เราส่งเจ้านายใหม่ไปให้แล้ว" ได้ยินอย่างนั้นเจ้ากบจึงกล่าวขอบคุณและจากไปทันที

พอเดินทางมาถึงเจ้ากบวัยรุ่นก็ต้องตกใจ เพราะเจ้านายใหม่ของพวกมันคือนกกระสา ซึ่งตอนนี้ได้วิ่งไล่กินกบไปแล้วหลายตัว กบในฝูงต่างอยู่อย่างหวาดกลัวพลางคิดว่าควรพอใจในสิ่งที่ได้มาแต่แรก ไม่ควรร้องขอสิ่งใดให้มากความจนเกิดเรื่องราวน่าสลดแบบนี้เลย

 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 

การไม่มีเจ้านายมาคอยปกครองเลย ยังดีกว่าให้คนนิสัยโหดร้ายมาคอยควบคุม และอีกแง่คิดคือ ความต้องการที่ไม่รู้จักจบสิ้น อาจนำภัยมาสู่ตัวเองได้

5. นิทานอีสป ลาโง่กับสิงโต 

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสิงโตเจ้าป่าอยู่ตัวหนึ่ง มันมักจะออกล่าเหยื่อเพียงลำพัง และทุกครั้งก่อนออกล่าก็ต้องส่งเสียงร้องคำรามลั่นป่าตามสัญชาตญาณทุกครั้งไป ในช่วงแรกก็มีสัตว์ให้สิงโตได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ แทบจะไม่ต้องออกแรงวิ่งตามให้เหนื่อยสักนิด แต่ช่วงหลังมานี้เหล่าสัตว์ที่ตกเป็นเหยื่อทั้งหลายเริ่มรู้ว่า ก่อนออกล่าเจ้าป่าจะชอบส่งเสียงคำรามดังก้อง แม้มองไม่เห็นตัวของมัน แต่ก็พอเดาได้ว่าเสียงนั้นมาจากทิศทางใดกันแน่

"เสียงสิงโตร้องคำรามอีกแล้ว น่าจะดังมาจากภูเขาลูกนั้นแน่เลย" เสียงกวางหนุ่มหันไปบอกเจ้าหมูป่าที่กำลังแทะผลไม้อย่างเอร็ดอร่อย หมูป่าหันขวับขึ้นมาด้วยท่าทางตกใจ "ถ้าอย่างนั้นเรารีบวิ่งหลบไปอีกฝั่งแม่น้ำกันดีกว่า !" หมูป่าเอ่ยชวนเจ้ากวาง แล้วทั้งคู่ก็วิ่งออกไปพร้อมตะโกนบอกสัตว์อื่นให้หนีไปทางแม่น้ำกัน

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

 "สิงโตมาแล้ว มันกำลังจะมาล่าเหยื่อแล้ว รีบวิ่งไปอีกฝั่งของแม่น้ำกันพวกเรา !" เสียงหมูป่าและกวางหนุ่มร้องเตือนด้วยความตื่นกลัว

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเหล่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยเลยไหวตัวทัน พากันวิ่งหนีออกไปอีกทาง ทำให้สิงโตเจ้าป่าต้องตามไปสุดฝีเท้า กว่าจะได้กินเหยื่อแต่ละครั้งก็เหนื่อยจนแทบหมดแรง

  "เห็นทีจะวิ่งไล่เจ้าสัตว์ป่าพวกนี้ไม่ไหวแล้วเรา คงต้องหาแผนการใหม่ซะแล้ว" สิงโตบ่นกับตัวเองขณะกินเหยื่อที่อุตส่าห์ออกล่าอย่างยากลำบาก 

อยู่มาวันหนึ่ง สิงโตรู้ว่ามีลาโง่ผู้ชอบโอ้อวดอยู่อีกฟากของป่า ทำให้มันคิดแผนใหม่ได้ จึงออกเดินทางไปชวนให้เจ้าลาตัวนั้นมาเป็นเพื่อนล่าเหยื่อด้วยกัน

5 นิทานอีสป นิทานก่อนนอน ไว้อ่านให้ลูกฟัง พร้อมได้แง่คิดดีๆ

"เจ้าลาหนุ่มผู้ปราดเปรื่อง ตอนนี้ข้ากำลังหาเพื่อนมาล่าเหยื่อด้วยกัน เจ้าสนใจอยากมาเป็นคู่หูรู้ใจกับข้าหรือไม่" สิงโตกล่าวกับลาด้วยนัยน์ตามีเลศนัย ได้ยินอย่างนั้นเจ้าลาก็ยิ่งดีใจ ไม่คิดว่าจะมีสิงโตผู้น่าเกรงขามมาขอเป็นเพื่อน "ท่านเจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่มาชวนข้าด้วยตัวเองอย่างนี้ มีหรือที่จะปฏิเสธได้ ถ้าอย่างนั้นเราไปล่าเหยื่อด้วยกันเถิด สิงโตเพื่อนรัก" เจ้าลาโง่กล่าวด้วยความซื่อไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสิงโตไม่ได้มองว่ามันเป็นเพื่อนสักนิด แถมยังยินยอมตามเจ้าป่าไปแบบไม่มีข้อแม้

 เมื่อเวลาออกล่าเหยื่อมาถึง สิงโตใช้กลอุบายให้ลาซ่อนตัวในพุ่มไม้แล้วก็เปล่งเสียงออกมาแบบดังที่สุด "เจ้าซ่อนตัวในพุ่มไม้นี่นะลาเพื่อนรัก พอข้าเดินไปถึงฝั่งตรงข้ามเจ้าก็ร้องคำรามเสียงอันน่าเกรงขามมาได้" สิงโตพูดพร้อมวิ่งออกไปอีกทาง

  "เราจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังเลย สิงโตเพื่อนรักเอ๋ย" จากนั้นลาโง่ก็คำรามออกมาสุดกำลัง พอสัตว์อื่นได้ยินเสียงประหลาดของมันเลยตกใจ แล้วพากันวิ่งหนีไปฝั่งที่สิงโตดักเอาไว้อีกทาง

วันนั้นสิงโตเจ้าเล่ห์เลยมีเหยื่อให้กินแบบไม่ต้องออกแรงวิ่งอย่างที่เคยเป็น ส่วนเจ้าลาโง่ก็เที่ยวเล่าเรื่องที่ตนทำกับสิงโตอย่างโอ้อวดไปทุกที่ที่เดินผ่าน โดยไม่รู้เลยว่าสัตว์อื่นต่างหัวเราะเยาะที่มันโดนเจ้าป่าหลอกใช้เอาเสียงประหลาด ๆ มาสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง "เสียงคำรามประหลาด ๆ นั่นคือเสียงของเจ้าลานี่หรอกหรือ" กวางหนุ่มบ่นกับหมูป่า พร้อมหันมาหัวเราะเยอะในความโง่ของเจ้าลาตัวนั้นกัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 

อย่าตกเป็นเหยื่อให้คนอื่นหลอกใช้เพียงเพราะเขาคนนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือมีหน้ามีตาในสังคม เด็ก ๆ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่าสิ่งที่เขาให้เราช่วยนั้นจะทำเราเดือดเนื้อร้อนใจภายหลังหรือไม่ แล้วมันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเราในอนาคตหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นอาจเข้ากับคติเตือนใจที่ว่า คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาดได้แบบไม่รู้ตัว

ที่มาจาก :  นิทานสั้นblogspot