โรคร้ายในเด็กที่มาพร้อมกับฝน รู้รับมือลดเสี่ยงให้ลูกได้

2020-04-16 | โดย Wandeefamily | เข้าชม : 98

โรคร้ายในเด็กที่มาพร้อมกับฝน รู้รับมือลดเสี่ยงให้ลูกได้
โรคร้ายในเด็กที่มาพร้อมกับฝน รู้รับมือลดเสี่ยงให้ลูกได้

เมื่อฝนเริ่มมา การดูแลสุขภาพเจ้าตัวเล็กในบ้านจึงจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่มากขึ้น นั่นเพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ฝนมักพาเอาโรคต่างๆติดตามมาด้วย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าฤดูฝนเหมาะกับการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆนั่นเอง แต่หากคุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลและสังเกตอาการเจ็บป่วยของลูกได้ก่อนที่โรคจะลุกลาม ก็จะทำให้ลูกหายป่วยได้เร็วขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น มาดูวิธีสังเกต โรคร้ายในเด็กที่มาพร้อมกับฝน และวิธีดูแลลูกเบื้องต้นที่ผู้ปกครองควรรู้กันค่ะ

โรคในเด็กที่มาพร้อมกับฝน

ไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ดังนั้นวิธีที่ป้องกันได้ดีที่สุดคือกำจัดยุงและป้องกันยุง เพราะในปัจจุบันยังไม่มียาต้านเชื้อไวรัสจากไข้เลือดออก ทำได้เพียงรักษาตามอาการ จึงนับเป็นโรคที่รุนแรงโดยเฉพาะในเด็กที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่

วิธีสังเกตอาการ มีไข้สูง มีตุ่มหรือจุดแดงขึ้นตามตัว ในเด็กบางคนอาจมีอาการอาเจียน ซึม และปัสสาวะน้อย

วิธีดูแล หากสังเกตจนพบว่าลูกมีความเสี่ยงจะเป็นไข้เลือดออก ให้พาไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรดูแลเองที่บ้าน เพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้ หากดูแลรักษาไม่ถูกวิธี

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งโรคที่ติดต่อกันผ่านละอองคัดหลั่งทางปาก ตา จมูก ส่วนมากมักจะพบระบาดในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน โดยอาการป่วยจะเริ่มแสดงอาการหลังรับเชื้อ 1-4 วัน วิธีการในการลดความเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่ ก็คือการหลีกเลี่ยงการรับเชื้อ เช่น ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดที่อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

วิธีสังเกตอาการไข้หวัดใหญ่ มีไข้สูงเกินกว่า 39-40 องศา ติดต่อกันเกิน 3 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร มีอาการหนาวสั่น 

วิธีดูแล เมื่อมีไข้ ให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุณภูมิห้องบ่อยๆ จนไข้ลด หากไข้สูงให้กินยาลดไข้ ดื่มน้ำให้มากๆ กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย และนอนหลับพักผ่อนให้มากๆ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3วันควรรีบพบแพทย์ หรือมีอาการไข้สูงลอย ทำยังไงก็ไม่ลด ซึม หายใจเหนื่อย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าฝน และยังเป็นโรคที่แพร่เชื้อได้กว้างและเร็ว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ไปโรงเรียน ดังนั้นหากสงสัยว่าลูกป่วยด้วยโรคนี้ควรหยุดไปโรงเรียนทันทีและแจ้งทางโรงเรียนให้รับทราบ เพื่อยับยั้งการแพร่เชื้อโรค

วิธีสังเกตอาการ มีไข้ มีแผลในปาก เพดานปาก กระพุ้งแก้ม หรือลิ้น มีผื่นขึ้นตามมือและเท้า ในบางคนอาจมีอาการคัน หรือเจ็บหากเป็นมาก 

วิธีดูแล โรคมือเท้าปากยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และการดูแลรักษาคือรักษาตามอาการ เช่นหากมีไข้ ให้กินยาลดไข้ หรือหากคันก็ให้กินยาแก้แพ้ลดคันได้ แต่ส่วนใหญ่เด็กจะกินอาหารไม่ค่อยได้ จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับคำแนะนำในการดูแลที่ถูกต้อง

Pic Cr : Designed by prostooleh / Freepik

บทความแนะนำ :