7 จุดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแลและระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

2020-07-16 | โดย SandSky | เข้าชม : 5633

7 จุดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแลและระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
7 จุดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแลและระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

คำแนะนำจาก  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เกี่ยวกับสุขอนามัยของเด็กนักเรียนในโรงเรียน เนื่องจากตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ทุกโรงเรียนทั่วประเทศได้เริมเปิดเทอมแล้ว นอกจากวิถีการดำเนินชีวิตแบบ New Normal ที่คุณครูและนักเรียนต้องเคร่งครัด อาทิ วัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยสบู่และเจลแอลกอฮอล์ การทำความสะอาด ห้องเรียน ห้องสมุด ยังมีอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะในบางอุปกรณ์ไฟฟ้าก็มีอายุการใช้งานและต้องดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนที่อยู่ในโรงเรียน จะมาแชร์ไอเดียการดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียนอย่างง่ายให้ได้อ่านกันค่ะ 

7 เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแล เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

7 จุดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแลและระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

1.อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

เพราะอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์บางชนิด อาจจะมีกำลังไฟที่ไม่เท่ากัน ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไฟกระตุก จึงควรมีเครื่องสำรองไฟ (UPS) ภายในห้องวิทยาศาสตร์ รวมถึงปรับรูปแบบการเสียบสายไฟจากปลั๊กพ่วงเป็นสายตรง

2.พัดลม/แอร์

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายคนอาจละเลยการทำความสะอาด เนื่องจากพัดลมมักได้รับการติดตั้งบริเวณเพดาน และผนังห้องเรียน โดยเมื่อพัดลมผ่านการใช้งานหนัก ๆ อย่างต่อเนื่อง อาจจะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นหรือสิ่งสกปรกได้ ดังนั้น เพื่อให้อากาศภายในห้องเรียนเกิดการถ่ายเทและสะอาด จึงควรหมั่นทำความสะอาดใบพัดหรือตะแกรงครอบพัดลมทุกเดือน รวมถึงต้องเช็คพัดลมที่ไม่มีตะแครงครอบให้มีครบทุกตัว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

7 จุดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแลและระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

 3.ตู้ทำน้ำเย็น

ถือเป็นจุดแรก ๆ ที่เสี่ยงต่อการเป็นอันตรายกับน้อง ๆ นักเรียนได้ หากเกิดไฟรั่วหรือช็อต ระหว่างกดน้ำดื่ม ฉะนั้น จึงต้องหมั่นตรวจเช็คความเสื่อมสภาพของสายไฟ การติดตั้งสายดินที่เหมาะสม ตรวจเช็คไฟรั่วด้วย “ปากกาวัดไฟ” ทุกสัปดาห์ อีกทั้งหมั่นทำความสะอาดตู้ทำน้ำเย็นอยู่เสมอ เพราะเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่สะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียจำนวนมาก 

4.ปลั๊กไฟ

อีกหนึ่งจุดที่เสี่ยงอันตรายหากมีน้อง ๆ นักเรียนเผลอเอานิ้วไปจิ้มหรือแหย่ ด้วยความอยากรู้อยากลอง หรืออุบัติเหตุ ดังนั้น ในทุก ๆ จุดของปลั๊กไฟควรมีฝาครอบปลั๊ก ขณะเดียวกัน คุณครูควรให้ความรู้เรื่องการถอด-เสียบปลั๊กไฟ ในลักษณะการจับเต้ารับและเต้าเสียบให้มั่นคง ก่อนเสียบเข้าและถอดออกทุกครั้ง เพื่อป้องกันปลั๊ก/สายไฟ ชำรุดหรือฉีกขาด รวมถึงตรวจสอบปลั๊กไฟเดือนละ 1 ครั้ง 

7 จุดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแลและระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

5.เครื่องเสียง / ไมค์

คุณครูควรมีอุปกรณ์ช่วยสอนอย่าง ไมค์และลำโพงไร้สาย เป็นของส่วนตัวแต่ละบุคคล โดยควรตรวจสอบอุปกรณ์ให้มีความพร้อมก่อนการใช้งาน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า

6.หลอดไฟ

ทุกห้องเรียนควรเปลี่ยนหลอดไฟ เป็นหลอดไฟ LED เนื่องจากหลอด LED ให้ค่าความสว่างที่เทียบเท่ากับหลอดไฟชนิดอื่น แต่ใช้กำลังไฟต่ำ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 50,000 ชั่วโมง ซึ่งช่วยโรงเรียนประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย

7 จุดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน ที่ต้องดูแลและระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

7.ตู้อินเตอร์เน็ต/คอมพิวเตอร์ 

เครื่องมือสำคัญในยุคนี้ ที่เชื่อมต่อห้องเรียนสู่โลกของการเรียนรู้ ในกรณีที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้ติดฉนวนกันไฟไว้โดยรอบ และติดตั้งสายดินเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไฟรั่ว พร้อมการกั้นอาณาเขตอันตรายไว้ นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน ควรเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคบ่อย ๆ ด้วย 

ที่มา :  https://www.facebook.com/Peacsr 

บทความแนะนำ