รู้ได้อย่างไรว่า ลูกเป็นโรคกลัวโรงเรียน school refusal

2020-07-23 | โดย Wandeefamily | เข้าชม : 397

รู้ได้อย่างไรว่า ลูกเป็นโรคกลัวโรงเรียน school refusal
รู้ได้อย่างไรว่า ลูกเป็นโรคกลัวโรงเรียน school refusal

เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเด็กบางคนพร้อมไปโรงเรียนง่ายมากเมื่อถึงเวลา ในขณะที่เด็กบางคนร้องให้งอแงไม่อยากไปโรงเรียน ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณพ่อคุณแม่กำลังประสบและต้องรับมือกับเหตุการณ์นี้ นอกจากจะหงุดหงิดกับอาการงอแงของลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตและเฝ้าติดตามอาการณ์และหาสาเหตุให้เจอว่าเป็นเพราะอะไร เพราะนอกจากการที่เด็กงอแงเพียงเพราะไม่อยากห่างจากพ่อแม่แล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กได้

รู้ได้อย่างไรว่า ลูกเป็นโรคกลัวโรงเรียน school refusal

เด็กที่เป็นโรคกลัวโรงเรียนเกิดได้ทั้งจากสภาพแวดล้อมในครอบครัว และสภาพแวดล้อมในโรงเรียน นอกจากความวิตกกังวลที่เกิดจากตัวเด็กเองนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กในโรงเรียน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในสังคม คำแนะนำจาก รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ให้ข้อมูลว่า ภาวะไม่ยอมไปโรงเรียน (School Phobia) เกิดจากความวิตกกังวลภายใน จิตใจ แสดงออกเป็นพฤติกรรมได้หลายรูปแบบ เช่น ร้องโวยวายไม่อยากไปโรงเรียน พยายามแกล้งว่าไม่สบาย หรือบางคนจากที่เป็นเด็กร่าเริง แต่กลับเปลี่ยนเป็นเด็กที่เก็บตัวไม่อยากพูดจากับใคร ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงปัญหาด้านสภาพจิตใจของเด็กที่ผู้ปกครองต้องให้ความใส่ใจ และหากไม่มีความแน่ใจควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างตรงจุด

มาดูวิธีการตรวจประเมิน 3 แหล่ง เพื่อหาสาเหตุที่เด็กเป็นโรคกลัวโรงเรียน ตามหลักการที่นักจิตวิทยาแนะนำ

1.การตรวจประเมินเด็ก
การตรวจร่างกาย เด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียนมักพบอาการทางกายร่วมด้วย ดังนั้นควรตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีโรคทางกายร่วมด้วย
การประเมินสภาพจิต เพื่อตรวจสภาพอารมณ์ว่าเด็กมีความวิตกกังวลหรือซึมเศร้ามากน้อยเพียงใด รวมถึงการควบคุมอารมณ์การปรับตัวและความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ เด็กที่วิตกกังวลจากการพลัดพราก เด็กจะเกาะติดแม่ ไม่ยอมอยู่ห่างจากแม่ ไม่ยอมเข้านอนเอง เป็นห่วงกลัวพ่อแม่จะเป็นอันตรายหากเด็กออกจากบ้าน เด็กไม่ยอมไปค้างคืนบ้านญาติหรือเข้าค่ายลูกเสือเพราะกลัวพลัดพราก หรือพลัดหลงกับพ่อแม่ บางครั้งอาจฝันร้ายได้
ตรวจหาสาเหตุที่มากระตุนให้เด็กเกิดอาการ ซึ่งส่วนมากเป็นสาเหตุเล็กๆ น้อยๆ เช่น การเจ็บป่วย ย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียน มีน้องใหม่ ญาติหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วย หรือเสียชีวิต ครูดุเพื่อนๆ ครูเข้มงวด เป็นต้น

รู้ได้อย่างไรว่า ลูกเป็นโรคกลัวโรงเรียน school refusal

2. การประเมินครอบครัว
เด็กกลัวโรงเรียนโดยมาก มีลักษณะเป็นเด็กเรียบร้อย เรียนดี ว่านอนสอนง่าย ดังนั้น เมื่อเด็กไม่อยากไปโรงเรียนและบ่นเกี่ยวกับอาการทางกาย พ่อแม่จึงวิตกกังวลและยินยอมให้เด็กหยุดเรียน บ่อยครั้งพบว่าเด็กที่ไม่ยอมไปโรงเรียนปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวเด็กแต่เป็นปัญหาของพ่อแม่ เช่น พ่อแม่มีความขัดแย้งกันในหลายๆ เรื่องแต่มีความเห็นตรงกันในเรื่องการเรียนของลูก หรือกรณีที่พ่อแม่กําลังจะหย่าร้างกัน เมื่อเด็กไม่ยอมไปโรงเรียนพ่อแม่จึงยุติความขัดแย้งชั่วคราวเพื่อหันมาแก้ปัญหาเรื่องลูก กรณีที่พ่อห่างเหินไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในการเลี้ยงดูลูก แม่จึงให้เวลากับลูกมากและผูกพันกับลูกมากเกินไป ดังนั้นเด็กจึงวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากแม่ หรือในทางกลับกันพ่อแม่อาจเรียกร้องการดูแลเอาใจใส่จากเด็ก หรือแม่บางคนอาจบอกเล่าและแสดงความวิตกกังวลในเรื่องความเจ็บป่วยของตนเองให้ลูกรับรู้ทําให้เด็กกังวลว่าพ่อหรือแม่จะเป็นอันตรายและไม่มีผู้คอยดูแล เด็กจึงไม่อยากไปโรงเรียนเพื่อจะได้ปรนนิบัติพ่อแม่

3. การเยี่ยมโรงเรียน
การเยี่ยมโรงเรียนจะช่วยในการประเมินสภาพโรงเรียนและประสานความร่วมมือกับครูและผู้บริหารโรงเรียน เด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียนเมื่อเด็กอยู่ที่โรงเรียนเด็กสามารถเรียนและเล่นได้อย่างปกติ อาจทําให้ครูเข้าใจผิดคิดว่าเด็กแกล้งทํา อาจพูดจาตําหนิหรือล้อเลียนทําให้เด็กอายเพื่อนๆ ครูบางคนอาจกังวลว่าตนเองเป็นต้นเหตุให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน หรือบางคนอาจสงสารเด็กให้สิทธิเด็กมากเกินไป ทําให้อาการของเด็กไม่ดีขึ้น

เด็กไม่ยอมไปโรงเรียนจัดเป็นปัญหาเร่งด่วนทางจิตเวชเด็ก จําเป็นต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วน เนื่องจากเด็กยิ่งขาดเรียนนานเท่าใด ปัญหาจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ทั้งในด้านการเรียนและการปรับตัว เด็กจะเรียนไม่ทันและห่างเหินจากเพื่อนฝูง ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญในการหมั่นสังเกตอาการลูกเมื่อเข้าข่ายอาการโรคดังกล่าวมานี้

 

อ้างอิงข้อมูลจาก
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
คู่มือการดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชสําหรับแพทย์ 

School photo created by prostooleh - www.freepik.com
Photo by Jelleke Vanooteghem on Unsplash