มาทำความรู้จัก วัคซีนเสริม คืออะไร และจำเป็นแค่ไหน

2020-07-28 | โดย Wandeefamily | เข้าชม : 124

มาทำความรู้จัก วัคซีนเสริม คืออะไร และจำเป็นแค่ไหน
มาทำความรู้จัก วัคซีนเสริม คืออะไร และจำเป็นแค่ไหน

วัคซีนเสริม คือวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดี มีประโยชน์ในการป้องกันโรค และวงการแพทย์แนะนำให้ฉีดในเด็กทั่วไป แต่ไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข การพิจารณาจะฉีดวัคซีนเสริม จึงต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้วย เพราะในบางวัคซีนอาจมีราคาแพง แต่ในปัจจุบันมีวัคซีนชนิดรวมฉีดเข็มเดียวแทนการแยกฉีดหลายเข็มเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองได้มากขึ้น มาดูกันว่า วัคซีนเสริม ที่น่าสนใจหลักๆและเหมาะสมกับการฉีดสำหรับเด็กแรกเกิดถึงอายุ 18 ปี เพิ่มเติมมีวัคซีนอะไรบ้าง

มาทำความรู้จัก วัคซีนเสริม คืออะไร และจำเป็นแค่ไหน

วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไดัเท่าเทียมกับชนิดปรกติ แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า แนะนําให้ใช้ในกรณีที่มีความผิดปรกติทางระบบประสาท หรือเคยมีปฏิกิริยารุนแรงต่อวัคซีนชนิดปรกติเช่น ไข้สูงชัก ร้องกวนไมหยุด

วัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดฉีด ทําจากเชื้อตาย มีประสิทธิภาพเท่ากันกับชนิดกิน ซึ่งเป็นชนิดเชื้อเป็น ใช้แทนชนิดกินได้ทุกครั้ง มักจะรวมกับวัคซีน คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน เป็นเข็มเดียวกัน เด็กที่จําเป็นต้องใช้ได้แก่ เด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องและเด็กท็่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

วัคซีนป้องกันเชื้อฮิบ เพื่อป้องกันการเกิดโรคที่รุนแรงในเด็กเล็กจากเชื้อฮิบ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด อัตราการเกิดโรคในเด็กทั่วไปประมาณ 4 รายต่อเด็กแสนคนต่อปี สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน ส่วนเด็กอายุเกิน 2 ปี ไม่จำเป็นต้องฉีด เพราะมักจะมีภูมิคุ้มกันแล้ว  

มาทำความรู้จัก วัคซีนเสริม คืออะไร และจำเป็นแค่ไหน

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ฉีดครั้งแรกได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี ขึ้นไป หากยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส แนะนําให้ฉีดครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4-6 ปีถ้าอายุเกิน 13 ปีต้องฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 4-8 สัปดาห์เด็กที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสแล้วยังมีโอกาสเป็นอีสุกอีใสได้เล็กน้อย

วัคซีนป้องกันตับอักเสบเอ เพื่อป้องกันการเกิดดีซ่าน ตัวเหลืองตาเหลืองจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ฉีดได้ตั้งแตอายุ 1 ปี ขึ้นไป ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 6-12 เดือน

วัคซีนป้องกันไอพีดี (หรือนิวโมคอคคัส คอนจูเกต) ป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวม และโรครุนแรงจากเชื้อนี้ ซึ่งมีอัตราการเกิดประมาณ1ต่อเด็กหมื่นคนต่อปี ซึ่งมักพบในเด็กเล็ก แนะนําเป็นพิเศษในเด็กท็่เสี่ยงต่อโรคนี้เช่น ผู้ป่วยภายหลังการตัดม้าม เป็นโรคธาลัสซีเมีย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัคซีนป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 70-90

วัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงโรต้า ป้องกันเชื้อโรต้าซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุจจาระร่วงรุนแรงในเด็ก ไม่แนะนําให้เริ่มกินวัคซีนนี้ในเด็กที่อายุเกิน 4 เดือน วัคซีนป้องกันโรค ได้ร้อยละ 70-90

มาทำความรู้จัก วัคซีนเสริม คืออะไร และจำเป็นแค่ไหน

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ฉีดปีละ 1 ครั้ง เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าฝน หรือเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว เด็กอายุน้อยกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนเป็นครั้งแรก ให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1-2 เดือน วัคซีนป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 60-70

วัคซีนไวรัสฮิวแมนแปปิลโลมา (เอชพีวี) ป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี ที่เป็นสาเหตุของ มะเร็งปากมดลูกได้ร้อยละ 70-90 ชนิด 2 สายพันธุ์ใช้กับผู้หญูิงเท่านั้น ชนิด 4 สาย พันธุ์จะเพิ่มป้องกันหูดอวัยวะเพศได้ด้วย ใช้ได้กับทั้งผู้หญูิงและผู้ชาย แนะนําทั่วไปในเด็กอายุ 11-12 ปี วัคซีนไม่สามารถป้องกันหรือรักษาผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีแล้ว

วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ชนิดเชื้อเป็น มีผลข้างเคียงน้อยกว่า เช่น ไข้ ปวดบวม อาการทางระบบประสาท ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือนขึ้นไป ห้ามฉีดวัคซีนในผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัคซีนมีประสิทธิภาพดีกว่าเชื้อตาย ป้องกันโรคได้ร้อยละ 95-100

อ้างอิงข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช , โรงพยาบาลรามาธิบดี

CR PIC : www.freepik.com