สิทธิตามกฎหมายขั้นพื้นฐานที่ต้องได้รับ นอกจากคนทั่วไปแล้ว คนที่มีสถานะเป็นคุณแม่ เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ ก็จะได้รับสิทธิในการดูแล อาทิ เงินชดเชย เป็นต้น เพื่อที่จะได้ไม่พลาดสิทธิสำคัญที่คุณควรจะได้รับทั้งแม่และลูก ไปอัปเดตกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง?
เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ สิทธิตามกฎหมายจะได้รับอะไรบ้าง
เงินชดเชยว่างงาน
ขั้นตอน:
- ไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน โดยจะได้รับสิทธิจากประกันสังคม เนื่องจากเหตุลาออกหรือสัญญาสิ้นสุดตามกำหนดเวลา
- จะได้รับเงินทดแทนในช่วงที่ว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย เช่น ถ้าคุณแม่ได้เงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท ก็จะได้รับเงินทดแทน 3,000 บาท
- สามารถใช้สิทธินี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอ
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7)
- รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป
- สำเนาบัตรประชาชน พร้อมต้นฉบับ
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก
ค่าฝากครรภ์
- หากออกจากงานประจำขณะตั้งครรภ์ สามารถเบิกค่าฝากครรภ์กับสำนักงานประกันสังคม พร้อมกับค่าคลอดบุตร
- ได้สูงสุด 1,500 บาท แต่จะเป็นการจ่ายแบ่งจ่ายเงิน 5 ครั้ง ดังนี้
- ครั้งที่ 1 อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 500บาท
- ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ระหว่าง 12-20สัปดาห์ จะได้รับเงิน 300บาท
- ครั้งที่ 3 อายุครรภ์ตั้งแต่ 20-28สัปดาห์ จะได้รับเงิน 300บาท
- ครั้งที่ 4 อายุครรภ์ตั้งแต่ 28-32สัปดาห์ จะได้รับเงิน 200บาท
- ครั้งที่ 5 อายุครรภ์มากว่า 32 สัปดาห์ขึ้นไป จะได้รับเงิน 200 บาท
เอกสารที่ต้องใช้เบิกค่าฝากครรภ์
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01
- ใบเสร็จรับเงินค่าเข้ารับบริการฝากครรภ์
- ใบรับรองแพทย์ หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กประจำตัวของผู้ตั้งครรภ์
ค่าคลอดลูก
- สามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้แม้จะลาออกจากงานแล้ว จะเป็นอัตราเหมาจ่าย15,000 บาทต่อครั้ง
- มีเงื่อนไขว่า ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
- สามารถเลือกคลอดบุตรที่ไหนก็ได้ (โรงพยาบาลรัฐหรือของเอกชนก็ได้) ไม่ต้องเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิที่ตัวเองเลือก
- แต่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน แล้วเตรียมเอกสารเบิกที่สำนักงานประกันสังคม ซึ่งเรียกว่า เอกสารคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01
เอกสารคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01
- สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุดพร้อมต้นฉบับ (ถ้าคลอดบุตรแฝดต้องใช้เอกสารของทั้งคู่)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก
- ในกรณีที่ให้คุณพ่อเป็นผู้มาเบิกค่าคลอดบุตร จำเป็นต้องแนบสำเนาทะเบียนสมรสมาด้วย แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนกัน ก็ให้แนบหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีที่ไม่มีทะเบียนสมรสมาแทน
ผู้ประกันตนมาตรา 39
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือกรณีที่เคยทำงานในบริษัทและประกันตน มาตรา 33 มาก่อน แต่เกิดตกงานหรือลาออก แล้วยังต้องการรับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมอยู่
- เงื่อนไขคือ ส่งเงินสมทบมาไม่น้อยกว่า 12 เดือน ถ้าคุณแม่ยังต้องการอยู่ในหลักประกันสังคมต่อก็สามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 แทนได้เลย ต้องทำการยื่นคำขอเข้ามาตรา 39 ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังออกจากงาน
- ทั้งนี้ซึ่งผู้ประกันตนตามมาตรา 39 นั้น คือ ผู้ประกันตนสมัครใจที่จะจ่ายเงินเข้าสมทบกองทุนประกันสังคมทุกเดือน เดือนละ 432 บาท
- ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะได้รับนั้น คือ ความคุ้มครองใน 6 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ชราภาพ ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร และเสียชีวิต
เอกสารที่จะใช้สมัครมาตรา 39 นำไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมได้ทุกแห่ง
- แบบขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20)
- บัตรประจำตัวประชาชน
เงินชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร
- จะได้รับก็ต่อเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ โดยเงินที่จะได้รับมี 2 ประเภทขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ
- คือถ้าส่งเงินสมทบไม่ถึง 15 ปีจะได้รับเงินในรูปแบบของเงินบำเหน็จ
- แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบเกินกว่า 15 ปีจะได้รับเป็นเงินบำนาญทุกเดือน โดยจะต้องใช้เอกสารในการยื่นรับเงินชราภาพด้วย
เอกสารที่ใช้ในการยื่น
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก
ยังไม่หมดเท่านั้น หากคุณแม่ออกจากงานประจำและได้สมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 แทน ก็จะได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรในแต่ละเดือนเช่นเดียวกับผู้ประกันตนในมาตรา 33 ด้วย
ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 600 บาท ต่อ 1 คน โดยจะจ่ายให้กับทารกแรกเกิดจนกระทั่งเด็กมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
เอกสารที่ใช้ยื่นในกรณีเงินสงเคราะห์บุตร มีดังนี้
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01
- สำเนาสูติบัตรบุตรพร้อมต้นฉบับ
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก
และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิทธิที่คุณแม่ (ตั้งครรภ์แล้วออกจากงานต้องได้รับ) หากทำขั้นตอนการยื่นเอกสารได้ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติมคุณแม่สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม หรือที่เบอร์โทรสายด่วนประกันสังคม 1506 ได้เลยค่ะ