คนเป็นแม่ต้องรู้ เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ สิทธิตามกฎหมายจะได้รับอะไรบ้าง

2021-05-13 | โดย SandSky | เข้าชม : 266

คนเป็นแม่ต้องรู้ เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ สิทธิตามกฎหมายจะได้รับอะไรบ้าง
คนเป็นแม่ต้องรู้ เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ สิทธิตามกฎหมายจะได้รับอะไรบ้าง

สิทธิตามกฎหมายขั้นพื้นฐานที่ต้องได้รับ นอกจากคนทั่วไปแล้ว คนที่มีสถานะเป็นคุณแม่ เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ ก็จะได้รับสิทธิในการดูแล อาทิ เงินชดเชย เป็นต้น เพื่อที่จะได้ไม่พลาดสิทธิสำคัญที่คุณควรจะได้รับทั้งแม่และลูก ไปอัปเดตกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง? 

เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ สิทธิตามกฎหมายจะได้รับอะไรบ้าง

คนเป็นแม่ต้องรู้ เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ สิทธิตามกฎหมายจะได้รับอะไรบ้าง

เงินชดเชยว่างงาน

ขั้นตอน:

  • ไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน  โดยจะได้รับสิทธิจากประกันสังคม เนื่องจากเหตุลาออกหรือสัญญาสิ้นสุดตามกำหนดเวลา
  • จะได้รับเงินทดแทนในช่วงที่ว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย เช่น ถ้าคุณแม่ได้เงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท ก็จะได้รับเงินทดแทน 3,000 บาท
  • สามารถใช้สิทธินี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน 

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอ

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7)
  • รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมต้นฉบับ
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก

ค่าฝากครรภ์

  • หากออกจากงานประจำขณะตั้งครรภ์  สามารถเบิกค่าฝากครรภ์กับสำนักงานประกันสังคม พร้อมกับค่าคลอดบุตร 
  • ได้สูงสุด 1,500 บาท แต่จะเป็นการจ่ายแบ่งจ่ายเงิน 5 ครั้ง ดังนี้
  • ครั้งที่ 1 อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 500บาท
  • ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ระหว่าง 12-20สัปดาห์ จะได้รับเงิน 300บาท
  • ครั้งที่ 3 อายุครรภ์ตั้งแต่ 20-28สัปดาห์ จะได้รับเงิน 300บาท
  • ครั้งที่ 4 อายุครรภ์ตั้งแต่ 28-32สัปดาห์ จะได้รับเงิน 200บาท
  • ครั้งที่ 5 อายุครรภ์มากว่า 32 สัปดาห์ขึ้นไป จะได้รับเงิน 200 บาท

เอกสารที่ต้องใช้เบิกค่าฝากครรภ์ 

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01
  • ใบเสร็จรับเงินค่าเข้ารับบริการฝากครรภ์
  • ใบรับรองแพทย์ หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กประจำตัวของผู้ตั้งครรภ์

ค่าคลอดลูก

  • สามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้แม้จะลาออกจากงานแล้ว จะเป็นอัตราเหมาจ่าย15,000 บาทต่อครั้ง
  • มีเงื่อนไขว่า ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร 
  • สามารถเลือกคลอดบุตรที่ไหนก็ได้ (โรงพยาบาลรัฐหรือของเอกชนก็ได้) ไม่ต้องเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิที่ตัวเองเลือก 
  • แต่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน แล้วเตรียมเอกสารเบิกที่สำนักงานประกันสังคม ซึ่งเรียกว่า เอกสารคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01

เอกสารคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01

  • สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุดพร้อมต้นฉบับ (ถ้าคลอดบุตรแฝดต้องใช้เอกสารของทั้งคู่)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก
  • ในกรณีที่ให้คุณพ่อเป็นผู้มาเบิกค่าคลอดบุตร จำเป็นต้องแนบสำเนาทะเบียนสมรสมาด้วย แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนกัน ก็ให้แนบหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีที่ไม่มีทะเบียนสมรสมาแทน

คนเป็นแม่ต้องรู้ เมื่อท้องแล้วออกจากงานประจำ สิทธิตามกฎหมายจะได้รับอะไรบ้าง

ผู้ประกันตนมาตรา 39

  • ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือกรณีที่เคยทำงานในบริษัทและประกันตน มาตรา 33 มาก่อน แต่เกิดตกงานหรือลาออก แล้วยังต้องการรับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมอยู่ 
  • เงื่อนไขคือ ส่งเงินสมทบมาไม่น้อยกว่า 12 เดือน ถ้าคุณแม่ยังต้องการอยู่ในหลักประกันสังคมต่อก็สามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 แทนได้เลย ต้องทำการยื่นคำขอเข้ามาตรา 39 ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังออกจากงาน 
  • ทั้งนี้ซึ่งผู้ประกันตนตามมาตรา 39 นั้น คือ ผู้ประกันตนสมัครใจที่จะจ่ายเงินเข้าสมทบกองทุนประกันสังคมทุกเดือน เดือนละ 432 บาท 
  • ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะได้รับนั้น คือ ความคุ้มครองใน 6 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ชราภาพ ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร และเสียชีวิต 

เอกสารที่จะใช้สมัครมาตรา 39 นำไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมได้ทุกแห่ง 

  • แบบขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20)
  • บัตรประจำตัวประชาชน

เงินชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร

  • จะได้รับก็ต่อเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ โดยเงินที่จะได้รับมี 2 ประเภทขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ
  • คือถ้าส่งเงินสมทบไม่ถึง 15 ปีจะได้รับเงินในรูปแบบของเงินบำเหน็จ 
  • แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบเกินกว่า 15 ปีจะได้รับเป็นเงินบำนาญทุกเดือน โดยจะต้องใช้เอกสารในการยื่นรับเงินชราภาพด้วย

เอกสารที่ใช้ในการยื่น

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก

ยังไม่หมดเท่านั้น หากคุณแม่ออกจากงานประจำและได้สมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 แทน ก็จะได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรในแต่ละเดือนเช่นเดียวกับผู้ประกันตนในมาตรา 33 ด้วย
ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 600 บาท ต่อ 1 คน โดยจะจ่ายให้กับทารกแรกเกิดจนกระทั่งเด็กมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ 

เอกสารที่ใช้ยื่นในกรณีเงินสงเคราะห์บุตร มีดังนี้

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01
  • สำเนาสูติบัตรบุตรพร้อมต้นฉบับ
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก

และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิทธิที่คุณแม่ (ตั้งครรภ์แล้วออกจากงานต้องได้รับ) หากทำขั้นตอนการยื่นเอกสารได้ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติมคุณแม่สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม หรือที่เบอร์โทรสายด่วนประกันสังคม 1506 ได้เลยค่ะ