10 ยาสามัญประจำบ้านสำหรับเด็ก ที่ควรมีติดบ้าน และวิธีใช้ยาในเด็กที่ถูกต้องและปลอดภัย

2020-02-22 | โดย Webmaster | เข้าชม : 3386

10 ยาสามัญประจำบ้านสำหรับเด็ก ที่ควรมีติดบ้าน และวิธีใช้ยาในเด็กที่ถูกต้องและปลอดภัย
10 ยาสามัญประจำบ้านสำหรับเด็ก ที่ควรมีติดบ้าน และวิธีใช้ยาในเด็กที่ถูกต้องและปลอดภัย

เด็กเล็กและอุบัติเหตุเล็กน้อยในบ้านมักมาคู่กันเสมอ ถึงแม้ว่าคุณแม่หรือผู้ดูแลจะระมัดระวังมากเพียงใดแล้วก็ตาม นั่นเพราะเด็ก ยังไม่สามารถดูแลและระมัดระวังอันตรายและความเสี่ยงต่างๆได้เองในขณะที่กำลังเล่นสนุก ปลดปล่อยพลังงานได้อย่างไม่จบสิ้น คุณแม่อย่างเราไม่ต้องรู้สึกผิดจนโทษตัวเองมากไปเมื่อลูกเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยในบ้าน เช่น หัวกระแทกกำแพง หัวโนหัวปูด หกล้มหัวเข่าถลอก ตกเตียงตกเก้าอี้ และอีกมากมายที่อาจจะคาดไม่ถึง แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดเหดุการณ์ดังกล่าวขึ้นมา แล้วคุณแม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธีและทันท่วงที รวมถึงการเตรียม ยาสามัญประจำบ้านสำหรับเด็ก ไว้ให้พร้อมก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เรามีคำแนะนำในการจัดตู้ยาสำหรับเด็กพร้อมด้วยวิธีใช้และวิธีรับมือเจ้าตัวเล็กเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยในบ้านมาฝากกันค่ะ

10 ยาสามัญประจำบ้านสำหรับเด็ก ที่ควรมีติดบ้าน

และวิธีใช้ยาในเด็กที่ถูกต้องและปลอดภัย

1 เจลประคบเย็น ร้อน ควรมีติดบ้านไว้เสมอ แยกไปเลยก็ดีค่ะ สำหรับประคบร้อน 1 ชิ้น สำหรับประคบเย็น 1 ชิ้นใส่ช่องฟรีชสแตนบายไว้เลย นั่นเพราะเจลประคบเย็น ประคบร้อนนั้น สามารถนำมาใช้ได้หลากหลายสถานการณ์มาก ทั้งช่วยลดอาการหัวโน ด้วยการประคบเย็น ทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วประคบบ่อยๆ ทุก 15 นาที จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและทำให้หัวที่ปูดยุบเร็วขึ้น

2 ยาลดไข้ พาราเซตามอลสำหรับเด็ก ควรมีติดบ้านไว้ไม่ให้ขาด เพราะบางครั้งการที่ลูกน้อยออกไปเล่นซนนอกบ้านมากเกินไป อาจนำมาซึ่งเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้ได้ แต่ไม่ควรให้ลูกกินยาพาราเซตามอน ติดต่อกันเกิน 5 วัน เพราะอาจทำให้เป็นอันตรายต่อตับ

3 เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ หรือปรอทวัดไข้ จะแบบดิจิตอล หรือปรอทแก้วแบบธรรมดาก็ใช้ได้เช่นกัน แต่หากเป็นเด็กเล็ก เทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิตอลจะช่วยให้สะดวกกว่า เพราะใช้เวลาในการวัดรวดเร็ว ช่วยให้เด็กไม่ร้องให้งอแงเสียก่อน โดยอุณหภูมิปกติของเด็ก จะอยู่ระหว่าง 36.0 - 37.4 หากมีไข้ต่ำๆ อุณหภูมิจะอยู่ที่ 37.5-38.4 ไข้ปานกลาง 38.4-39.4 ไข้สูง 39.4 ขึ้นไป โดยวิธีบรรเทาอาการไข้เบื้องต้นคือการเช็ดตัวเพื่อลดไข้

4 เกลือแร่ แก้ท้องเสีย สำหรับเด็กควรซื้อติดบ้านไว้ เพราะเด็กๆมักชอบหยิบจับของเข้าปากโดยไม่นึงถึงความสะอาด จึงมักมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการท้องเสียได้ สำหรับการดูแลเมื่อลูกท้องเสีย โดยส่วนใหญ่อาการท้องเสียจะสามารถหายได้เองภายใน 3 วัน โดยอาการท้องเสียที่ว่านี้ต้องไม่มีมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระของลูก หากมีมูกเลือดควรพาไปพบแพทย์อย่าปล่อยทิ้งไว้ และวิธีดูแลเพียงแค่คุณแม่ให้ลูกจิบน้ำเกลือแร่บ่อยๆ ระหว่างวัน ก็จะช่วยบรรเทาอาการสูญเสียน้ำในร่างกายจากอาการท้องเสียได้แล้ว โดยที่ไม่จำเป็นต้องกินยาใดๆค่ะ

5 ยาทา หรือขี้ผึ้ง หากโดนแมลงสัตว์กัดต่อย ควรมีติดบ้านไว้เป็นสำคัญเช่นกันค่ะ เพราะการโดนแมลงกัดต่อยนั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ยุง มด ผึ้ง หรือแม้แต่ไรฝุ่นกัด ทิ้งรอยคันบวมแดงไว้ หากปล่อยให้ลูกเกาอาจเกิดเป็นแผลได้ และเด็กบางคนมีอาการแพ้พิษแมลงชนิดเล็กๆพวกนี้ เมื่อถูกกัดอาจมีอาการบวมแดงมากกว่าผู้ใหญ่ได้ หากรีบทาด้วยยาหรือขี้ผึ้งก็จะช่วยบรรเทาอาการบวมคันได้

6 น้ำเกลือนอร์มอลซาไลน์ หรือน้ำเกลือปลอดเชื้อ ไว้สำหรับล้างแผล ล้างจมูก ช่วยให้ลูกหายใจได้สะดวกขึ้นเมื่อมีน้ำมูกตกค้างอยู่ในโพรงจมูกมากๆ หรือหากเกิดแผลสด แผลถลอก ก็ยังสามารถนำมาใช้ล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนจะใช้ยาสำหรับทาแผลสด จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดีขึ้น

7 เบตาดีน หรือยาทาแผลสด ในกรณีที่หกล้มจนเกิดแผลสด ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือก่อน แล้วใช้สำลีชุบเบตาดีนแต้มที่รอบๆแผล จะช่วยให้แผลแห้งเร็วขึ้น ที่สำคัญในกรณีเกิดแผลสดคือ ต้องดูแลเรื่องความสะอาดป้องกันแผลติดเชื้อ ในช่วง2วันแรกอาจหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้แผลสมานตัวได้เร็ว

8 ยาทาผื่นผ้าอ้อม เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก เพราะเด็กยังสวมแพมเพิสอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการอับชื้น เกิดเป็นผื่นแดง ผื่นแสบคันได้ง่าย การใช้ยาทาผื่นผ้าอ้อมจะช่วยแก้อาการเหล่านี้ได้ดี แม่ๆหลายๆบ้านอาจคุ้นกับชื่อบีแพนเธน แต่ที่จริงแล้วในท้องตลาดมีให้เลือกซื้อหลากหลายแบรนด์ แล้วแต่คุณแม่จะเลือกใช้

9 คาลาไมน์ โลชั่น เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการคัน ผื่น ลมพิษ เป็นยาทาภายนอกใช้กับผิวหนังได้ทุกส่วน โดยส่วนใหญ่แล้ว เด็กๆมักจะมีอาการผื่นคันตามผิวหนังได้บ่อยๆ คาลาไมน์จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาใกล้บริเวณดวงตา ปาก จมูก หรือบริเวณที่มีแผลเปิด เนื่องจากเป็นยาที่ใช้ภายนอกเท่านั้น และที่สำคัญไม่ควรใช้ในเด็กต่ำกว่า 6เดือน

10 ยากันยุงสำหรับเด็ก กลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กๆ เพราะเด็กกับยุงนั้นควรต้องห่างกันให้มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเด็กๆต้องอยู่นอกบ้านช่วงหัวค่ำหรือกลางคืน ควรมียากันยุงสำหรับเด็กช่วยไล่ยุงเสมอนะคะ ส่วนที่เห็นวางขายตามท้องตลาดก็มีทั้งแบบสเปรย์ฉีด ที่เป็นผลิตภันฑ์ออร์แกนิค หรือแบบโลชั่นกันยุง หรือรูปแบบสติกเกอร์กันยุงก็มีให้เลือกใช้กันได้ตามเหมาะสมค่ะ แต่ในกรณีที่ลูกโดนยุงกัดเป็นรอยจ้ำแดงแล้ว ก็ควรทาด้วยขี้ผึ้งหรือครีมบรรเทาอาการคันให้ลูก ก็จะช่วยให้หายบวมแดงเร็วขึ้นค่ะ

บทความแนะนำ :